DM-0107 | ธรรมะประจำวัน 2022-10-21

-※ สูตรสำเร็จอึดใจเดียว ๑ (๖/๖) ※-


“…พ่อแม่ก็เคยบอก เคยสอนไว้แล้วว่า


*‘กว้างศอก-ยาววา-หนาคืบ มีพร้อมแล้ว-ให้ศึกษาได้ทุกอย่าง’*


แล้วศึกษาจังใด๋ก็บ่ฮู้จัก


การศึกษานั้น คือเป็นการปฏิบัติเฮ็ดจังหวะนี่แหละ


เฮ็ดไป-เฮ็ดมา มันเกิดความรู้ขึ้นมา


อันนี้เป็นวิธี-เป็นเทคนิค เป็นกลไกทำให้เฮาเกิดปัญญาได้จริง ๆ


ได้รู้แจ้ง-เห็นจริง ตามความเป็นจริง


อันนี้ที่เป็นเทคนิค-เป็นกลไกเฮ็ดจังหวะ


จังหวะเก็บมือเข้า-เอามือออก ทำให้เป็น-ให้คล่องตัว


แล้วก็จังหวะลุก-จังหวะนั่ง ทำให้คล่องตัว


ผมหัดเบญจางคประดิษฐ์


กราบ-เอาหัวเข่ากับแขนศอกมาจุ๊กัน(เอามาต่อกัน)


แล้วก็เอาหัวลง เพิ่นเอิ้น‘เบญจางคประดิษฐ์’


ผมมาฮู้ธรรมะอันนี้ ผมเปลี่ยนโลดครับ


กราบลงให้มี ๕ จังหวะ


‘เบญจางคประดิษฐ์’ แปลว่าพร้อมด้วยองค์ ๕


เอาแขนศอกป้องเข้าหัวเข่านี่(วางแขนขนาบกับหัวเข่า)


แล้วก็บ่ให้ยกก้นขึ้น ให้มันติดอยู่กับส้นเท้านี่


กราบเบญจางคประดิษฐ์มี ๕ จังหวะ ไหว้ตัวเองก็มี ๕ จังหวะ


ผมฝึกไว้แล้ว ฝึกตั้งแต่สมัยบ้านบุฮม-ป่าพุทธยาน


เดี๋ยวนี้ฝึกกันน้อย ๆ


ปีนี้อยากให้พวกเฮา*ต้องฝึกกันจริง ๆ ให้มันเป็น*


ลุกขึ้นก็มีจังหวะ-นั่งลงก็มีจังหวะ เฮ็ดเป็นจังหวะ ๆ


ถ้าหากเฮารักการ-รักงาน รักหน้าที่


ทำเป็นจังหวะจังซี่-ผมว่าบ่นาน แล้วก็พยายามเก็บตัวให้ได้นี่


แล้วก็ชื่อว่า*‘เรารักการ-รักงาน รักหน้าที่’


การปฏิบัติธรรมะก็ก้าวหน้า*


คนใดบ่รักการบ่รักงาน-บ่รักหน้าที่


การปฏิบัติธรรมะก็บ่ก้าวหน้า


ถ้าบ่ก้าวหน้าแล้ว-บ่ดี คนผู้นี้บ่กลับเนื้อกลับตัว-บอกแล้วบ่ฟังเด๊


บ่กลับเนื้อกลับตัว เขาว่าคนหน้าดื้อ-คนหน้าด้าน


สันดานของสัตว์-สันดานของผี


บ่แม่นสันดานของคน-บ่แม่นสันดานของมนุษย์


จึงว่า *‘คน’ จึงแปลว่าผู้เลือกคัดจัดหาเอาสิ่งที่เป็นประโยชน์’*


จึง(เรียก)ว่าคน


ผมถามมาแล้วหลายคน เคยว่าให้ฟัง


‘ใครให้ชื่อเสียงเรียงนามมา ?’


(เขาตอบว่า) ‘เขาเว้ากันมาซั่น’


อันนั้นบ่ถูก ถูกอยู่-แต่มันบ่เข้าลึก


ถูกอย่างที่ผมว่ามานี้ มันถูก-มันเข้าลึก


*‘คน’นี้ จำเป็นต้องเป็นผู้เป็นอริยบุคคล-จึงเป็นคนได้*


ถ้าหากเป็นคนแล้วยังบ่ได้รู้จักอันนี้ บ่แม่นอริยบุคคล


อันนั้นมันทำผิด-พูดผิด-คิดผิดอยู่เด๊


มันยังบ่แม่นวิปัสสนา มันเป็นวิปัสสนึก-เป็นวิปัสสคิด-เป็นวิปัสสนู


เป็นจังใด๋ก็บ่ฮู้ ผมก็บ่ฮู้จักแล้วอันนั้น


จึงว่าพวกเฮา ปีนี้-พรรษานี้


เณรก็คือกัน-พระก็คือกัน-โยมก็คือกัน ต้องฝึกกันจริง-กันจัง


พระจำนวน-เฮาอยู่ก็หลายรูป


ถ้าหากได้ปีหนึ่ง ๒ คน ๓ คน หรือว่าได้หลายคนก็ดี


ออกไปเผยแผ่ ทำให้พุทธศาสนาเจริญได้


*เดี๋ยวนี้เฮาเจริญทางวัตถุ สร้างโบสถ์แข่งกัน-สร้างกุฏิแข่งกัน


สร้างศาลาการเปรียญแข่งกัน นี่มันหมดเงิน-อันนั้น


ส่วนธรรมะ-จิตใจคนมันต่ำ มันยังมีการอิจฉาริษยากันอยู่


สร้างโบสถ์ราคาเป็นล้าน (ยังมี)ผิดเถียงกัน*


เฮาสร้างที่นี่ งบประมาณบ่เท่าใด


ปีที่แล้วเปิดอบรมวิปัสสนากรรมฐาน มีคนมาเล่าให้ผมฟัง


‘รู้จักรูป-นาม รู้จักรูปทำ-นามทำ ให้ว่าเรื่องสมมตินี่-รู้จักหมด’


ประมาณอย่างน้อยบ่หลุด ๒๐ คนนี่ นั่นกุ้ม(คุ้ม)แล้วเฮา


ปีนี้ฝึกกันจริง-กันจังอีกตื่ม ก็จิดีขึ้น


ปีหน้าฝึกกันจริง-กันจังขึ้นมาอีกตื่ม ก็จิดีขึ้น


เป็นสำนักปฏิบัติธรรมของพวกเฮาได้ ร่วมอก-ร่วมใจกันสร้าง


บ่แม่นผู้นั้นสร้าง-ผู้นี้สร้าง *เฮาช่วยกัน


ครูบาอาจารย์ก็สร้าง-ญาติโยมก็สร้าง


สร้างคุณดีความงาม-ปลูกคุณดีความงามให้มีผู้ศรัทธา*


*คนบ่ได้สร้างคุณดีความงาม มาทำลายหมู่ให้เสื่อมหมดไป


คนนั้นตายซะดีกว่า*


ตายเน่าเข้าโลงเนี่ย-เฮาเอาไปทิ้งง่าย


คนตาย(คือคน)ทำความชั่วเนี่ย-มันนานหมด


พ่อแม่เฮาเคยว่า ‘มึงนี่มันบ่ดี-ตายซะ คนเห็นเทื่อเดียว’-ว่าซั่น


‘มึงนี้ครั้นทำบ่ดี ไปทางนั้นเขาก็ว่ามึงเฮ็ดชั่ว’ พ่อแม่ทุกข์


‘ไปบ้านนั้นก็ว่ามึงเฮ็ดชั่ว’-พ่อแม่ทุกข์ ตัวเองมันก็ทุกข์คือกัน


เพิ่นว่า-พ่อแม่(ของ)ญาพ่อว่า ‘ตายซะ-อย่าให้คนเห็นซะ’


อันนี้เฮากลับเนื้อ-กลับตัว อย่าสร้างความชั่ว


สร้างแต่คุณดี-ความงาม ให้คนถามหา…มันเป็นจังซั่น


ผมว่า นี่ก็ได้เวลาพอสมควรแล้ว


เล่าให้ฟังเป็นสูตรสำเร็จมาแล้ว ๓ สูตรแล้ว


ท้ายที่สุดนี้ อาตมาพร้อมด้วยพระสงฆ์และญาติโยม


มานั่งฟังธรรมะอยู่ ณ สถานที่นี้ หลังจากการทำวัตรเช้า


เห็นว่าสมควรแก่เวลาแล้ว


ขออ้างอิงเอาคุณของพระพุทธเจ้า


และพระธรรมคำสั่งสอนขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า


และคุณของพระอรหันตสาวก(ของ)พระพุทธเจ้า


มาเตือนจิตสะกิดใจของพวกเรา


ให้พวกเราได้เจริญรอยตามพระพุทธเจ้า


อย่างที่พระพุทธเจ้าตรัสว่า


‘สัตว์ทั้งหลาย เราผู้เป็นตถาคตไปถึงแล้วแห่งนั้น


แล้วจึงนำมาสอนพวกเธอทั้งหลาย


ให้พวกเธอทั้งหลายจงประพฤติปฏิบัติตามอย่างเราตถาคตนี้


ก็จะรู้-จะเห็น-จะเป็น-จะมีอย่างเราตถาคตนี้’


แน่ะ! พระพุทธเจ้าเพิ่นสอน จะเห็น-จะเป็น-จะมีอย่างใด ?


*เห็นจิตใจสะอาด-จิตใจสว่าง-จิตใจสงบ-จิตใจบริสุทธิ์


จิตใจปกติ-จิตใจผ่องใส-จิตใจว่องไว


สามารถมองเห็นอันใดได้ทุกอย่าง*


บ่แม่นมองเห็นใต้ดิน เห็นเม็ดหิน-เม็ดทรายนั้น…บ่แม่น


*สามารถมองเห็นจิตใจเฮานึก-เฮาคิดนี่


มันคิดดี-คิดชั่ว มันสามารถมองเห็นอันนี้นี่*


จึงว่า*ให้เราทุกคน-ทุกคน ได้ประพฤติ-ปฏิบัติตามพระพุทธเจ้า


แล้วก็ไปเผยแผ่สูตรเหล่านี้แหละ


ที่เราศึกษาเล่าเรียนมานี้แหละ ให้คนได้ยิน-ได้ฟัง*


**สูตรเหล่านี้มันคม (แต่)มันเป็นตม-เป็นเลนจับเพชรจับทองคำไว้


คนเลยบ่เห็นเพชร-บ่เห็นทองคำ ไปคว้าเอาตะกั่วหรือซืน(ตะกั่ว)


หรืออันใดพู้นมาเป็นเพชร-เป็นทองคำขึ้น**


ขอให้ทุกคน-ทุกคน จงประสบพบเห็นเอาอย่างที่ว่า


‘จิตใจสะอาด-จิตใจสว่าง-จิตใจสงบ


จิตใจบริสุทธิ์-จิตใจผ่องใส-จิตใจว่องไว


สามารถมองเห็นอันใดได้ทุกอย่าง


ขอให้ทุกคน-ทุกคน จงประสบพบเห็นเอาในระยะเวลาอันใกล้นี้


จงทุก ๆ คนเทอญ.”


หลวงพ่อเทียน จิตฺตสุโภ

Archive