DM-0106 | ธรรมะประจำวัน 2022-10-20

-※ สูตรสำเร็จอึดใจเดียว ๑ (๕/๖) ※-


“…เอาพระธรรมไปทำงาน บ่แม่นเอาพระธรรมมาทิ้งไว้นำวัด


บ่แม่นเอาพระธรรมไปทิ้งไว้กับตัวหนังสือ


บ่แม่นเอาพระธรรมไปทิ้งไว้ตามถนนหนทาง


**เอาพระธรรม(คือ)โตเฮานี้แหละ


ไปทำการ-ทำงาน เอาไปพูด-เอาไปคิด


นี่เพิ่นเอิ้น‘พระธรรมย่อมรักษาผู้ประพฤติธรรม


ไม่ให้ตกไปในที่ชั่ว’**


*ครั้นบ่เฮ็ดจังซั่น ตกไปในที่ชั่วจริง ๆ* เป็นจังซั่น


ความชั่ว-ทุกคนฮู้จัก ความดี-ทุกคนฮู้จัก


แต่บ่ฮู้จักพระธรรม-พระทำ


เดี๋ยวนี้**เฮามาว่ากันให้ฮู้จักพระธรรม


ปฏิบัติอย่างลัด ๆ ให้มันตรงเป๊ะเข้าไปโลดบัดเดียว


ถ้าหากผู้ใดฟังแล้วนำไปปฏิบัติ เป็นผลดี


พระธรรมย่อมรักษาผู้ประพฤติธรรม


เพิ่นว่า‘จิตที่ฝึกดีแล้ว-นำสุขมาให้’ เฮาฝึกเด๊-จิตใจนี่**


เดี๋ยวนี้เฮาบ่ได้ฝึก มีแต่ศึกษา-เล่าเรียนตามตำรับ-ตำรา


บ่ได้หัดกันในภาคปฏิบัติลัด ๆ ย่อ ๆ


เฮามีการ-มีงาน


พระบวชเข้ามาแล้ว บางคนก็อยากสึก-บางคนบ่อยากสึก


สึกไปก็ดี-บ่สึกก็ดี สึกไปก็เว้าธรรมะ-บวชอยู่ก็ว่าธรรมะ


รู้จักการ-รู้จักงาน รู้จักเวลานั้น…เพิ่นเอิ้น‘พระ’


คนบ่รู้จักการ-บ่รู้จักงานนั้น เพิ่นบ่เอิ้นพระ


มันบ่ฮู้จักเด๊-จิเป็นพระได้บ่ ? มันก็เป็นผีซั่นวะ


คนพูดยาก-ว่ายาก เขาเอิ้น‘บักผี’


อย่างที่ผมว่านี้-ถ้าหากเป็นผู้ชาย ผู้หญิงเขาก็ว่า‘อีผี’


ถ้าเป็นพระ-เป็นเณร ก็(เรียกว่า)‘พระผี-เณรผี’


อันนี้เป็นพระสมมติเด๊นี่


พระแท้นั้น เพิ่นกำหนดเอาตั้งแต่พระโสดาบันบุคคล


พระสกทาคามี-พระอนาคามี-พระอรหันต์ไปพู้น เพิ่นว่า


เฮาว่ากัน(ว่า) ‘สุปะฏิปันโน ภะคะวะโต สาวะกะสังโฆ


สงฆ์สาวกของพระผู้มีพระภาคเจ้านั้น หมู่ใดปฏิบัติดีแล้ว’


คือปฏิบัติดีพู้นเด๊ครับ-เป็นพระ บ่แม่นปฏิบัติชั่ว ๆ-เป็นพระเด๊


‘อุชุปะฏิปันโน ภะคะวะโต สาวะกะสังโฆ


สงฆ์สาวกของพระผู้มีพระภาคเจ้าหมู่ใด ปฏิบัติตรงแล้ว’


ปฏิบัติตรงสูตรพู้นเด๊ครับ


‘ญายะปะฏิปันโน ภะคะวะโต สาวะกะสังโฆ


สงฆ์สาวกของพระผู้มีพระภาคเจ้านั้นหมู่ใด


ปฏิบัติเพื่อรู้ธรรมเป็นเครื่องออกจากทุกข์แล้ว’


ออกจากทุกข์ได้จริง ๆ ครับ-สูตรต้น


สูตรที่ ๒ ก็ออกจากทุกข์ได้จริง ๆ


สูตรที่ ๓ ก็ออกจากทุกข์ได้จริง ๆ


เป็นจังซั่นครับ มันเป็นสูตร-เป็นสูตร-เป็นสูตรไป


ที่ผมได้ศึกษา-เล่าเรียน และปฏิบัติมา


ผมจึงมั่นใจว่า **หลักพุทธศาสนาสอน-เป็นสูตรสำเร็จแท้ ๆ**


บ่ต้องแปล เรื่องแปล-เรื่องหยัง…ไปนั่งเอาสมถกรรมฐาน


เฮาเคยได้ยิน-ได้ฟังกันแล้วเด๊ ให้ทาน-รักษาศีล กินเจมา


ไปทำกรรมฐาน(กับ)อาฬารดาบส-อุทกดาบส


ได้สมาบัติ ๘ พู้น อันนั้นก็ยังบ่ใช่เป็นสูตรสำเร็จเด๊


อันนั้นมันเป็นเรื่องของศาสนาพราหมณ์


ศาสนาเก่าแก่ดึกดำบรรพ์มา อันนั้น


แต่ที่ผมว่านี่-ปฏิบัติลัด ๆ สูตรลัด ๆ


เคยสอนเคยพูดมาแล้ว


(กับ)เด็กน้อย ๗-๘-๙ ปีไป ถึงอายุ ๑๓ ปี…ฮู้ง่าย


แต่คนใดศึกษาเล่าเรียนมานั้น-นานฮู้ เพราะมันมีอารมณ์


มีอดีต-มีอนาคตเป็นจังซั่น ปัจจุบันมีน้อย


ผู้น้อย(เด็ก)ขเจ้าบ่มีอารมณ์


บอกว่า‘ให้รู้สึกตัวนะ-ทำจังหวะดี ๆ นะ’


ขเจ้าก็รู้สึกตัว-ทำจังหวะดี ๆ บ่เกิน ๓๐ มื้อ


บางคนก็ ๒๐ มื้อ บางคนก็ ๒๕ มื้อนี่แหละ


(พูดว่า)‘โอ้ย! ผมเป็นพระได้แล้วครับ’


นี่…**ความเป็นพระแบบนี้มีอยู่ในคนทุกคน


ให้ว่าสูตรสำเร็จ มันสำเร็จตัวมันออกมา**


บ่แม่นเฮาจิไปจดไปจำเอาคัมภงคัมภีร์-ใบลงใบลาน


ไปเรียนอยู่นั่น-อันนั้นก็ดี ก็ดี-อันนั้นไปเรียนมา


เรียนมาก-ยากนาน เรียนน้อย-พลอยรำคาญ


สู้ไม่รู้อันใดทั้งหมดดีกว่า


ผมนี่เขียนหนังสือก็บ่เป็น อ่านหนังสือก็บ่เป็น


เป็นแต่ตัวลาวกับตัวธรรม ตัวไทยใหญ่เฮานี่-เขียนบ่เป็น


เพราะสมัยนั้นได้เป็นเณร ได้เรียนตัวลาวกับตัวธรรม


พอเขียนได้-อ่านเป็นนี่แหละ ก็บ่แม่นฮู้มาก


**(แต่ถ้า)ปฏิบัติ-ฮู้คือกันเหมิ๊ด เพราะมันมีอยู่ในคนนี่**…”


หลวงพ่อเทียน จิตฺตสุโภ

Archive