DM-0104 | ธรรมะประจำวัน 2022-10-18

-※ สูตรสำเร็จอึดใจเดียว ๑ (๓/๖) ※-


“…สูตรที่ ๒ เข้ามา


หลวงพ่อมาเดินจงกรมตอนแลง-เดินไป กลับ-ไป กลับ-มา


(แล้วมา)อาบน้ำ แล้วก็มาเดินไป-เดินมา


ความคิดมันแรง ตัวรู้มันน้อย


บัดนี้เฮามาเดินไป-เดินมา มันคิด-เฮาเข้าไปในความคิด


ความคิดมันดึงไป-คือตัวหนูดึงแมว


แมวตัวน้อย-หนูตัวใหญ่ หนูมันมีแฮงมาก


แมวมันโดดจับ(หนู) แมวบ่เคยย่าน(กลัว)หนู


(แมว)จับหนู (หนู)มันตื่น(ตกใจ)


(หนู)ตื่นแล้ว แมวมัน(ก็)ติดหนูไป


เมื่อยแล้ว-(แมว)มันก็วาง วางหนูแล้ว-ก็กลับคืนมา


บัดนี้เฮามาทำท่าที… สมมติว่าให้อาหารแมว


แมวมันกินอาหารมากขึ้น-มากขึ้น


หนูตัวใหญ่มาขนาดไหน (แมว)มันก็บ่ย่าน


หนูออกมาปุ๊บ แมวมันโดดจับปั๊บ-หนูช็อกตายโลด


แน่ะ ! มันเป็นจังซั่น ให้มันเป็นจังซั่นจัก ๑๐ เทื่อ


**พอดีคิดปุ๊บ-เห็นปั๊บ คิดปุ๊บ-เห็นปั๊บ คิดปุ๊บ-เห็นปั๊บ


มันเป็นจังซั่น มันถูกหยุด


เฮาพยายามทุ่มเทความเพียรลงที่ตรงนี้**


เพ่งตรงนี้ เรียกว่าเพ่ง


เพ่งนี้…บ่แม่นเพ่งเนื้อ-เพ่งหนัง เบิ่งจ้อง(คอยดู)


ถ้ามันเกิดขึ้นมาแล้วยังบ่ฮู้ แสดงว่าเฮายังอ่อน


สูตรนี้ ถ้าหากเฮาพอดีเบิ่งเข้าปุ๊บ-มันเห็น


เออ-สูตรมันบอกขึ้นมาว่า‘เป็นวัตถุ’


‘วัตถุ’ หมายถึงทุกสิ่งทุก-อย่างที่มีอยู่ในโลก


วัตถุหมายถึงทุกสิ่ง-ทุกอย่าง


คือตัวเฮาก็ได้ หรือต้นไม้-ภูเขา ห้วยหนอง-คลองบึง


สิ่งที่มันมีในโลกเอิ้นว่า‘วัตถุ’ จับถูกด้วยมือ-มองเห็นด้วยตา


‘ปรมัตถ์’ แปลว่าของจริง


จริงโดยสมมติ-จริงโดยปรมัตถ์


จึงว่า‘มีสมมติบัญญัติ-อรรถบัญญัติ-อริยบัญญัติ’


บัดนี้‘อรรถบัญญัติ’


‘อรรถะ’แปลว่าลึก *ยากบุคคลที่จะเห็นจิต-เห็นใจตนเอง*


‘อริยบัญญัติ’-ต้องเป็นพระอริยบุคคล แน่ะ-เพิ่นว่าจังซั่น


แต่ว่าตำราบ่ได้บอกถึงขนาดนี้


อันนี้แหละ เป็นสูตรสำเร็จที่ผมได้ปฏิบัติมา


ผมกล้ายืนยันรับรองคำพูดสูตร ๆ นี้ นี่เป็นสูตรที่ ๒


เมื่อรู้-เห็นวัตถุ-เห็นปรมัตถ์-เห็นอาการ


‘วัตถุ’ หมายถึงของที่มี


ร่างกายเราก็มี-จิตใจเราก็มี-เรานึกเราคิดก็มี


‘ปรมัตถ์’ ก็แปลว่าเราเห็นอยู่ มีอยู่-เป็นอยู่-กำลังสัมผัสอยู่


‘อาการ’ คือการเปลี่ยนแปลง


พอดีเห็นสูตร ๆ นี้สำเร็จขึ้นมาแล้ว ก็เห็นโทสะ-โมหะ-โลภะ


โทสะร้ายแรง โมหะกวมหมู่ไว้(ครอบคลุมทั้งโลภะและโทสะ)


โลภะอยู่ใต้โมหะทั้งเหมิ๊ด


(นี่)…โทสะ-โลภะ-โมหะ คนจึงมักหลงทำผิด-พูดผิด-คิดผิด


เมื่อเห็นสูตรนี้-จบมาแค่นี้ ก็เห็น-รู้-เข้าใจสูตรว่า


**เวทนาขันธ์มีอยู่-แต่ไม่ทุกข์ สัญญาขันธ์มีอยู่-(แต่)ไม่ทุกข์


สังขารขันธ์มีอยู่-(แต่)ไม่ทุกข์ วิญญาณขันธ์มีอยู่-(แต่)ไม่ทุกข์**


นี้เรียกว่าขันธ์ ๔-บ่แม่นขันธ์ ๕ อันนี้แปลว่ารูป ๔-ขันธ์ ๔


รูปนี่แหละเป็นเทวดา รูปนี่แหละเป็นผี


ส่วนรูปขันธ์-เวทนาขันธ์-สัญญาขันธ์


สังขารขันธ์-วิญญาณขันธ์ เป็นขันธ์ ๕


อันขันธ์ ๕ นั้น


รูปนี้(กาย)มันเป็นเพียงวัตถุ เรียกว่า‘วัตถุดิบ’ก็ได้


เมื่อเห็นสิ่งเหล่านี้แล้ว ก็เห็นผี-เห็นเทวดาโลด


ผีคือคนเว้ายาก-สอนยาก-พูดยาก เฮาเอิ้น‘ผี’


เฮาเคยว่ากัน ‘ถ้าหากเป็นผู้ชาย(เรียกว่า)บักผี-เกิ้นมันเว้ายาก


ครั้นถ้าเป็นผีผู้หญิง (เรียกว่า)อีผี เกิ้นมันเว้ายากคือผี’


แต่ตัวคนบ่ใช่แม่นผีเด๊-ใจพู้นเด๊เป็นผี ที่ผมได้ปฏิบัติมา


บัดนี้เห็นคนใดเว้าง่าย-สอนง่าย


ก็ว่า‘เอ้อ…ผู้นี้คือเทวดา-ผู้นี้คือพระธรรม’


จึงว่า **ให้เห็นพระธรรมจริง ๆ**


ปีนี้พวกเฮาเอากันจริง ๆ จัง ๆ


พระทำการพระทำงาน-พระพูด-พระคิดนี่


**‘พระ’คือผู้ใจดี** อันนี้-ลักษณะนี้(เป็น)ลักษณะใจดี


ลักษณะที่เป็นสูตรสำเร็จเบื้องต้น


ลักษณะนั้นเรียกว่า‘สูตรดีใจ’


รู้แล้วดีใจ ใจยังบ่ดี-ใจยังบ่ทันเป็นปกติ


**เมื่อผมเห็นเวทนาไม่ทุกข์-สัญญาไม่ทุกข์


สังขารไม่ทุกข์-วิญญาณไม่ทุกข์


ผมเดินไป-เดินมา(ตอน)มื้อแลง ยังนุ่งกางเกง


‘โอ…กูนี่เป็นพระได้แล้วเด๊’-นี่เป็นจังซั่น นี่สูตรสำเร็จของมัน**


ผมก็(ยัง)ยาวอยู่ น้ำหนักตัวของผม-ผมตีราคาไว้ ๑๐๐ กิโล


เบาโหวงออกไปโลด ๘๐ กิโล แต่ผมตัดไว้(แค่) ๖๐ กิโล


‘อ้อ-เป็นพระได้แล้ว’ นี่รู้จักมรรคที่ตรงนี้เลย


นี่แหละ**‘มรรค’ แปลว่าเดินไปหาพระพุทธเจ้า**


ตำรา-ขเจ้าเอิ้น‘เป็นปฐมฌาน-ทุติยฌาน-ตติยฌาน


จตุตถฌาน-ปัญจมฌาน’ ขเจ้าว่า


แต่อันนี้บ่ได้ว่าจังซั่น


ผมก็เลยเดินกลับไป-กลับมา


**บ่ทันนานครับ-เพราะเฮ็ดถูกจังหวะเด๊ครับ


รักการ-รักงานเด๊ รักหน้าที่-รักเวลา รักตนเอง-เคารพตนเอง


ยกมือไหว้ตัวเองได้ตั้งแต่มื้อนั้นมาถึงบัดนี้ ยกมือไหว้ตัวเอง


(เพราะเฮา)มีทองคำ มีของดีไว้ในตัวเฮานี่แล้ว**…”


หลวงพ่อเทียน จิตฺตสุโภ

Archive