DM-0103 | ธรรมะประจำวัน 2022-10-17

-※ สูตรสำเร็จอึดใจเดียว ๑ (๒/๖) ※-


“…‘บาป’ ก็คือโง่ บ่ฮู้จักทิศทาง-วิธีปฏิบัติธรรม


เพิ่นเอิ้นคนบาป แม้จะให้ทาน-รักษาศีล-กินเจอยู่


*ครั้นถ้าหากบ่ฮู้จักวิธีทำ เปลื้องทุกข์ออกจากตัวเองบ่ได้นั้น


ก็ชื่อว่ายังมีบาปอยู่*


**‘บุญ’บัดนี้ ‘บุญ’คือรู้


รู้แล้ว-ไผว่าจังใด๋ ก็บ่เก้อเขิน-สบายใจ…อันนี้เพิ่นว่า‘บุญ’


หลักพุทธศาสนาจึงฮู้จังซี่ นี้เป็นสูตรสำเร็จ


เลยบ่เชื่อฤกษ์งามยามดี เลยบ่เชื่อผี-บ่เชื่อเทวดา


เพราะตัวเองรู้ธรรม-เห็นธรรม**


ธรรมะคือหยัง ?


**‘ธรรมะ’คือตัวเรานี่ ทุกคน-ทุกคนนี่(คือ)ธรรมะ


จึงว่า‘เห็นพระธรรม’


‘พระธรรมย่อมรักษาผู้ประพฤติธรรม


ไม่ให้ตกไปในที่ชั่ว’**-เฮาว่ากัน


แล้ว*ไปหาพระธรรมนอกตัวเฮา (จึง)บ่เห็น


(คิด)ว่าพระธรรมนั้นจะเป็นสี-เป็นแสง เป็นลูกแก้ว


เป็นดวงทิตย์-ดวงจันทร์ล่องลอยเข้ามาสู่ตัวเฮานั้น มันบ่แม่น


มันเป็นมายาของจิตใจ เพราะเฮาบ่เห็นความคิดของเฮา*


คนโบราณท่านจึงสอนเอาไว้ว่า


‘จิตใจคนนี้วอกแวก-กลอกกลับได้ไว ดุจมีลานไขในตน


เราท่านควรบังคับกล ให้จิตยลหมุนมาแต่ในทางข้างดี


เพราะปล่อยให้จิตหมุนไปในทางข้างกีย์’


*ข้างกีย์ก็คือกิเลสนั่นแหละ คือบ่เห็นจิต-บ่เห็นใจเรานั่นแหละ


‘ธรรมที่มี’-ธรรมที่มีก็คือความรู้สึกนี่แหละ


‘ก็จักหนีจักหน่ายหายสูญ’


เฮาบ่ฮู้สึกตัวแล้ว (ธรรมที่มี)ก็หนีหน่ายหายสูญ


‘อธรรมเข้าครอบงำ’- อธรรมก็คือความบ่รู้สึก


‘ความระยำสัมบูรณ์ก็ปลิ้นปลอกหลอกตน’-แน่ะ! มันหลอกเฮา


ใจเฮามันหลอกเฮา* เป็นจังซั่น


จึงว่า-หาวิธีปฏิบัติ


ตอนเช้าที่หลวงพ่อเคยแนะนำ ตี ๒ หรือตี ๓…ตื่น


ตื่นแล้ว นั่งสร้างจังหวะ-เดินจงกรม


ตีระฆังโป๊ง!-เพิ่นมา เฮาเดินจงกรมอยู่นี่ก่อนแล้ว


คนใดขี้เกียจ-ขี้คร้าน ปฏิบัติบ่ก้าวหน้า


มีแต่เว้าแหละ ๆ (พูดมาก)อยู่ซั่น-บ่ก้าวหน้า


**คนใดรักการรักงาน-รักหน้าที่ ปฏิบัติธรรมก้าวหน้า**


หวังฟื้นฟูตัวเรา หวังฟื้นฟูครูบาอาจารย์


หวังฟื้นฟูคำสอน(ของ)พระพุทธเจ้า


จึงว่า คน ๆ นั้นรู้จักเคารพสถานที่-คน ๆ นั้นรู้จักเคารพตัวบุคคล


**ที่จริงแล้ว คน ๆ นั้นแหละเคารพตัวเอง


เพราะบ่ละเลย-บ่ปล่อยปละหน้าที่ตัวเอง


ปฏิบัติธรรมะก็ก้าวหน้า**


ตอนแลง(ตอนเย็น)มาบัดนี้ (ปฏิบัติ)พอสมควรแล้วก็ไปอาบน้ำ


อาบน้ำมาแล้ว-เฮาก็มาห่มเสื้อ มาห่มผ้า-คลุมผ้า


(แล้ว)มานั่งสร้างจังหวะ เดินจงกรม


ได้เวลาแล้ว-เขาตีระฆัง (ก็)ทันหมู่


ชื่อว่าคนนั้นรักการรักงาน-รักหน้าที่ รักตัวเอง


บ่เป็นหมาหลอกเจ้า *หมาหลอกเจ้านั้น-เขาว่ามีแต่เว้า


บ่เฮ็ด-บ่ทำ มีแต่ความขี้เกียจขี้คร้าน


ปฏิบัติธรรมะบ่ก้าวหน้า-ผู้นั้น


ถึงเขาจิว่าเขาก้าวหน้า-ก็บ่ก้าวหน้า*


**เฮาเฮ็ดตามหน้าที่ของเฮาแล้ว ถึงหมู่ว่าจิบ่ก้าวหน้า-ก็ก้าวหน้า


เพราะได้ทำตามหน้าที่ อันนี้เพิ่นว่าเป็นนักปฏิบัติแท้


บ่เป็นคนพูดมาก-บ่เป็นคนคุยมาก เป็นคนทำการทำงานมาก*


จึงว่าเชื่อฟัง เคารพ-เชื่อฟังคำแนะนำของครูบาอาจารย์


แล้วก็เชื่อฟังตัวเองคิด-ตัวเองเห็น** เพิ่นว่า


จึงว่า **การปฏิบัติธรรมของพวกเฮา


ต้องพยายามทำกันจริง ๆ จัง ๆ** ปีนี้


เพราะว่าคนที่ผมฝึกออกมา


เอามาสอน(ที่)บ้านบุฮมทีแรก ตายกันไปหลายคน


ย้ายออกมาอยู่ป่าพุทธยาน-มาฝึกอยู่ที่ตรงนี้ พวกนี้ก็ดีขึ้นมา


พอดีย้ายออกจากนี้แล้ว ไปทางอื่นแล้ว


มีแต่เว้า การสอนจริงบ่มี-มีน้อยที่สุด


เพราะคนมันตายเป็น บวชแล้วก็สึกเป็น


พวกบ้านบุฮม ขเจ้า(เขา)บ่ได้บวชก็มี


ขเจ้าก็เว้าธรรมะอยู่บ่เซาจักเทื่อ คนที่รู้จริง ๆ


(ส่วน)คนที่ฮู้น้อย ๆ นั่น ก็บึ๊ดเดียว(เดี๋ยวเดียว)…ก็จืดไป-จางไปเหมิ๊ด


บัดนี้ ต่อมา-ออกมาอยู่ป่าพุทธยาน


คนอยู่ป่าพุทธยาน มีหมู่อ้ายอินทร์-หมู่มหาบัวทอง


หมู่เพิ่นอาจารย์คำเขียน-หมู่คุณคำพันธ์ หมู่นี้แหละยังมั่นคงอยู่


สึกออกไปแล้ว-ก็ยังมั่นคงอยู่ แต่ก็น้อย


บัดนี้ออกจากนี้ไปแล้ว ก็ไปสอนคน


สึกออกไปแล้ว-เหมิ๊ด มันบ่เข้าไปในหัวใจเด๊


มันบ่ซึม-เพราะว่าบ่ได้สอนกันมาก มีแต่เว้าให้ฟัง-จำไป


อันนั้นได้ปริมาณมาก คุณภาพมีน้อย


บัดนี้เฮาจิฝึกเอาคุณภาพ บ่แม่นฝึกเอาปริมาณ


คนใดขี้คร้าน-เว้าซือ ๆ อยากให้หนี(ออกไป)


คนใดบ่เคารพเชื่อฟังแล้ว ผมอยากให้หนี


เพราะมันกีด(กัน)สถานที่ มันเปลืองสถานที่


เปลืองฟืน-เปลืองไฟ เปลืองที่อยู่ที่อาศัย…มันเปลือง


อันเฮาเอาคนดี


คล้าย ๆ คือพริกขี้หนูเม็ดเดียวเท่านั้น เอามากิน-เผ็ด


(ส่วน)หมากพริกหน่วยใหญ่ ๆ หลาย ๆ (เม็ด


เอามากิน)-แต่มันบ่เผ็ด


จึงว่าเณรก็คือกัน-พระก็คือกัน แม่ออก-แม่ตนก็คือกัน


**ต้องปฏิบัติให้มันฮู้แท้ ๆ** อันนี้เป็นสูตรสำเร็จเบื้องต้น


ที่หลวงพ่อว่าให้ฟังเป็นสูตร-เป็นสูตรไป


บ่แม่นสูตรสำเร็จอย่างนั้น-อย่างนี้ บ่แม่น


**สูตรสำเร็จที่หลวงพ่อว่า คือมันสำเร็จรูปมันออกมา


คือเพชรมันอยู่ในตม แต่ก่อนเราบ่เห็น


บัดนี้เฮามาร่อนมาไจ๊(มาเลือก)ออกมา มันก็เป็นเพชร


(หรือ)ทองคำมันกะจมอยู่ในตม


บัดนี้เฮามาร่อนออกมา-มันก็ป็นทองคำร้อย ๑๐๐%


อันนี้เป็นสูตรสำเร็จของมัน**


ต้องเห็นอารมณ์เป็นอย่างที่หลวงพ่อว่ามานั้น


เป็นสูตร-เป็นสูตรไป


**เมื่อฮู้จักจังซี่แล้ว ก็เห็นพระธรรม


ยกมือไหว้ตัวเองได้ เรามันมีคุณค่า-มีประโยชน์มากปานนี้


แต่ก่อนนั้นมันเป็นตม-เป็นเลน มันบ่เห็นเพชร-มันบ่เห็นทองคำ


เมื่อมาทำอย่างนี้แล้ว


มันเห็นเพชร-มันเห็นทองคำขึ้นมาอยู่ภายในจิตใจของเรา


ทุกคนจึงว่าเป็นพระได้**


ที่หลวงพ่อพูดนี่-สูตรนี้เป็นสูตรต้น หลวงพ่อรู้ตอนเช้า…”


หลวงพ่อเทียน จิตฺตสุโภ

Archive