DM-0095 | ธรรมะประจำวัน 2022-10-09

“…‘การเห็นธรรม’ ก็ได้พูดให้ฟังแล้ว


พวกท่านทั้งหลายคงจะจำได้ หรือจำไม่ได้


ก็คงจะเป็นเรื่องราว พอฉิว ๆ หูไปเป็นเรื่องราว


แต่บางคนอาจจะเข้าใจผิดว่าทำไม ?


เพราะตำรับ-ตำราบอกว่า ‘ถ้าเห็นธรรม…ก็ต้องเห็นสี-แสง


ผี-เทวดา นรก-สวรรค์ เป็นสัญญา-เป็นนิมิต


คำว่า‘สัญญา’ ก็เป็นสัญลักษณ์


‘เป็นนิมิต’ ก็เป็นนิมิตที่อันพอใจเลื่อนชั้นปัญญา ว่าอย่างนั้น


แต่คำว่า‘นิมิต’นั้น เราไปเข้าใจเอากับตำราจนหมดไป


(คิดว่า)คำว่า‘นิมิต’ แปลว่าเราไปทำกรรมฐาน


(จน)ได้นิมิตข้อใด-ข้อหนึ่ง แล้วจึงเจริญวิปัสสนาต่อไป


ต้องทำกรรมฐานให้เป็นนิมิต


ทำกรรมฐานให้ได้จิตใจสงบ แล้วนิมิตจึงจะเกิดขึ้นได้


เข้าใจอย่างนั้น


อันนี้-มันหัวฝังถลำเข้าไปในตำราทั้งนั้น


คำว่า‘ทำให้จิตใจสงบ’ และ‘นิมิต’นั้น


มันไม่ได้เป็นอย่างนั้น


ที่ผมเล่ามานี้-อาจจะขัดใจ หรือขัดข้องกับตำรับ-ตำราก็ได้


แต่เมื่อบุคคลผู้ที่มีปัญญาฟังแล้ว


จะไม่ขัดข้องกับตำรับ-ตำรา มันจะเข้ากันได้


*คำว่า‘นิมิต’นั้น


ไม่ได้หมายถึงสี-แสง ผี-เทวดา นรก-สวรรค์*


‘นิมิต’ แปลว่าเครื่องหมาย-เครื่องหมาย


สมมติ เราจะเอาไม้มาทำบ้าน-ทำเรือน…เราต้องเอาพอดี


สมมติว่าเราจะเอาไม้มาใช้ที่บ้าน-ที่เรือนสักเมตรเดียว


เราก็เอาเมตรเดียวเท่านั้น ไม่ต้องเอาเผื่อมา


เอาเมตร ๒๐ (เซนต์) หรือเมตร ๑๐ เซนต์ เมตร ๕๐ (เซนต์)


อันนั้นก็เสียเงินเปล่าประโยชน์ไป


เราต้องการเมตรเดียว ก็เอาเมตรเดียวเท่านั้น


หรือว่าเราต้องการเท่าไร ก็เอาเท่านั้น


ถ้าเราเอามาถึงเมตร ๒๐ (เซนต์) หรือเมตร ๕๐ (เซนต์)


มันก็หนักไป เป็นอย่างนั้น


ฉะนั้น **‘นิมิต’จึงว่าเป็นเครื่องหมาย


คำว่า นิมิต-เป็นเครื่องหมายนั้น


เราเคยได้ยิน-ได้ฟังมาในตำรับ-ตำราว่า


‘ธรรมที่มีอุปการะมาก ๒ อย่าง’


ในหลักสูตรนักธรรมชั้นตรี อยู่ใน(หนังสือ)นวโกวาท


(๑.) สติ-ความระลึกได้ (๒.) สัมปชัญญะ-ความรู้ตัว


ก็คือสติ-ความระลึกได้


(และ)สัมปชัญญะ-ความรู้ตัวนั่นเอง เป็นนิมิต


สมมติว่าเราพลิกมือขึ้น-คว่ำมือลง


ยกมือไป-เอามือมา เดินหน้า-ถอยหลัง


เอียงซ้าย-เอียงขวา ก้ม-เงย (กะ)พริบตา


อ้าปาก หายใจเข้า-หายใจออก กลืนน้ำลายผ่านลงไปในรูคอ


เรามีสติ…รู้เท่า-รู้ทัน รู้จักกัน-รู้จักแก้


รู้จักเอาชนะได้ทุกขณะ นั่นแหละคือนิมิต


คือ เรามีสติอยู่กับการเคลื่อนไหวทางรูปกายภายนอก


และเรายังมีสติอยู่กับการเคลื่อนไหวของภายในจิตใจ**…”


หลวงพ่อเทียน จิตฺตสุโภ

Archive