DM-0089 | ธรรมะประจำวัน 2022-10-03

“…จะขอยกตัวอย่างอีกสักเรื่อง เพราะยังมีเวลา


เอาแก้วน้ำมาวางไว้ ๑ ใบ เราจะเห็นว่าในแก้วมีอากาศ


พอเราเทน้ำใส่ลงไป อากาศก็ไหลออก-น้ำเข้าไปแทนที่


พอเทน้ำออก อากาศก็เข้าไปแทนที่ใหม่


อันนี้ก็เปรียบได้กับ**เราพลิกมือ เรารู้-เรามีสติ


สติเข้าไปแทนที่ความไม่รู้-ความหลง


ความไม่รู้ก็หลุดออกไปจากจิตใจของเรา


ให้เราทำบ่อย ๆ จับความรู้สึกอยู่บ่อย ๆ ทุกอิริยาบถ


สติก็จะมีมากขึ้น ๆ ความหลง-ความไม่รู้ก็จะลดลง ๆ


เหมือนน้ำเข้าไปแทนที่อากาศในแก้ว ฉันนั้น**


บางท่านอาจเคยได้ยิน หรืออาจได้รับการสอนมาว่า


‘ให้ทำบุญโดยการสร้างโบสถ์-สร้างวิหาร เป็นต้น


แล้วจะได้บุญเท่านั้น-เท่านี้กัป’


และคงเคยได้ยินว่า


‘๑๐๐ ปี ของเมืองคน เท่ากับ ๑ ปีทิพย์ของเทวดา


เทวดาก็จะเอาเมล็ดงา ๑ เมล็ด


ไปทิ้งใส่ในบ่อที่กว้าง ๑๐๐ โยชน์ ลึก ๑๐๐ โยชน์


ถ้าเต็มเมื่อใดก็จะเป็น ๑ กัป’


นอกจากนี้ก็คงเคยได้ยินว่า


‘การใส่บาตร ๑ ครั้ง ได้อานิสงส์ ๖ กัป


ไปส่งปิ่นโตเช้าถวายพระ ได้อานิสงส์ ๕ กัป


ไปส่งเพล-ได้อานิสงส์ ๔ กัป’ ดังนี้เป็นต้น


สิ่งเหล่านี้เป็นปริศนาธรรมทั้งนั้น


แต่บางคนฟังแล้ว ก็ไม่เข้าใจ


**ถ้าจะเข้าใจได้ เราต้องมาปฏิบัติ


มาเจริญสติ (ทำความรู้สึกตัว)


โดยพลิกมือขึ้น-คว่ำมือลง รู้สึก**


เพราะเมื่อก่อนนั้น เราทำอะไร-เราไม่มีสติ


คือมันว่าง ๆ ไม่รู้สึกอะไรเลย(ไม่รู้สึกตัวเลย)


เปรียบก็เหมือนบ่อ หรือเหวที่ว่าง ๆ ไม่มีอะไร


อย่างเดียวกับปริศนาธรรมนั่นแหละ


แต่**เมื่อมาฝึกสติ จับความเคลื่อนไหวในทุกอิริยาบถ


เช่น กะพริบตา มองไปทางซ้าย-มองไปทางขวา


พลิกมือ-คว่ำมือ ยืน-เดิน-นั่ง-นอน


ก็รู้สึก ก็มีสติกำหนดรู้


เมื่อทำอยู่ดังนี้ สติก็จะเพิ่มมากขึ้น**


เหมือนเอาเมล็ดงาไปใส่ในบ่อ-ในเหว


ที่กว้าง ๑๐๐ โยชน์ ลึก ๑๐๐ โยชน์ นั้น


คำเปรียบอันนี้ ก็มุ่งหมายว่า


**เราจะต้องฝึกสติมาก ๆ-ทำมาก ๆ จึงจะได้ผล


ให้สติมันเต็มอยู่ จะได้ไม่เผลอ-ไม่หลง**


เมื่อเราได้เจริญสติปัฏฐาน ๔ แบบที่กล่าวนี้แล้ว


จะมีความดำริ มีความคิด-ความเข้าใจ


มีความสามารถที่จะขบคิดปัญหาต่าง ๆ


ภายในจิตใจของเราได้จริง ๆ


ตามตำรับตำรา-หนังสือเขียนว่า


‘ผู้ใดเจริญสติปัฏฐาน ๔ อย่างถูกต้อง


และทำให้ติดต่อกันเหมือนลูกโซ่ อย่างนานไม่เกิน ๗ ปี


อย่างกลางไม่เกิน ๗ เดือน อย่างเร็วไม่เกิน ๑-๑๕ วัน


ย่อมได้รับอานิสงส์ ๒ ประการ คือ


(๑.) เป็นพระอรหันต์


(๒.) เป็นพระอนาคามี ในปัจจุบันภพนี้ ชาตินี้


ส่วน**การเจริญสติแบบที่อาตมาพูดนี้


ถ้าทำจริง ๆ แล้ว อย่างนานไม่เกิน ๓ ปี


จะเกิดความรู้-ความเข้าใจ ความทุกข์ก็จะลดน้อยลง


อย่างกลาง ๑ ปี อย่างเร็วที่สุด ๑-๙๐ วัน


ต้องรู้-ต้องเห็น-ต้องเข้าใจ


และทำให้เรามีชีวิตต่อไปด้วยความสุข ด้วยความไม่ทุกข์**


การทำอย่างนี้ไม่ต้องเสียเงิน-เสียทอง


จะมาทำกันวันละ ๑ ชั่วโมงก็ได้ ๕ นาทีก็ได้…”


หลวงพ่อเทียน จิตฺตสุโภ

Archive