DM-0088 | ธรรมะประจำวัน 2022-10-02

✩ สะอาด-สว่าง-สงบ ✩


“…**การทำลายกิเลสได้นี่แหละ คือตัวบุญแท้ ๆ-เป็นยอดบุญ


ถ้าเป็นสวรรค์ ก็เป็นสวรรค์แท้ ๆ


เป็นแก่นของสวรรค์ เป็นยอดแท้ของสวรรค์


ถ้าเทียบกับพระนิพพาน


ก็เป็นพระนิพพานแท้ เป็นแก่นเป็นยอดของนิพพาน


ความหมดไปของกิเลส ก็คือสะอาด


‘นิพพาน’ แปลว่าความดับเย็นลง


คือเราไม่ร้อนอก-ร้อนใจ เพราะกิเลสดับเย็นลง


ถ้าขณะนี้เราไม่มีความทุกข์ มันก็เป็นนิพพานในขณะนี้เอง


เมื่อเรามีนิพพานในขณะนี้แล้ว ก็ต้องได้ไปนิพพานแน่ ๆ


เราควรจะรู้จักสวรรค์ที่ในใจของเรา


ความไม่มีทุกข์นั่นแหละเป็นสวรรค์ คือจิตใจเราร่าเริงเบิกบาน


เราดูจิตใจเราอยู่ มันเป็นเมืองสวรรค์


เมื่อเรามีสวรรค์อยู่ที่ใจอย่างนี้แล้ว


พอตายไป จะได้ไปเกิดเมืองสวรรค์อย่างไม่ต้องสงสัย


หากใครไม่รู้จักเมืองสวรรค์ ก็ไม่สามารถไปเมืองสวรรค์ได้หรอก**


ตัวอย่างเช่น


ในบ้านของเรามีไฟฟ้า เราอยากได้แสงสว่าง


แต่เอามือไปจับที่หลอดไฟ แสงไฟก็จะไม่มี


เมื่อเราได้เรียนรู้ว่าจะเปิดไฟ ต้องเปิดที่สวิตช์ไฟ


เราก็ไปเปิดสวิตช์ ไฟก็ไปสว่างอยู่ที่หลอด


นี่ก็เหมือนกัน


**วิธีที่จะจัดการกับความโลภ-ความโกรธ-ความหลงนั้น


เราไม่ต้องคิดหาว่าความโกรธ-ความโลภ-ความหลงอยู่ที่ไหน


เราเพียงกลับเข้ามาดูจิต-ดูใจของเรา


ก็จะทำลายความโกรธ-ความโลภ-ความหลงได้เอง


พระพุทธเจ้าตรัสไว้แล้วว่า


พระองค์ตรัสรู้ได้โดยการบำเพ็ญทางจิต


เราก็ต้องมาดูจิต-ดูใจของเรา


การดูจิตใจนี้แหละ เป็นการเปิดไฟฟ้าโดยจับที่สวิตช์ไฟฟ้า


เมื่อเราทำบ่อย ๆ สติจะเกิดความคล่องแคล่วว่องไว


สติจะไปสกัดกั้นความโกรธ-ความโลภ-ความหลง


ไม่ให้เกิดขึ้นได้**


ตัวสติและตัวสมาธินั้นอยู่ด้วยกัน


ส่วน‘ปัญญา’ แปลว่าเห็น-รู้แจ้ง


ภาษาบาลีว่า‘นัตถิ ปัญญา สะมาอาภา


อะไรจะสว่างเท่าปัญญา-ไม่มี


สติ เตสัง นิวาระนัง


**สติเป็นเครื่องกั้นกระแสของกิเลส’


ไม่มีอะไรจะไวพอที่จะกั้นกระแสอันนี้ได้ นอกจากสติ


สติปัญญาตัวนี้แหละ


ที่เข้าไปสัมผัส ไปรู้-ไปเห็น ไปสกัดกั้นไม่ให้เรามีความหลง


ทั้งนี้เพราะสติ-สมาธิ-ปัญญา มันตรงข้ามกับโทสะ-โมหะ-โลภะ**


*ถ้าเราไม่เห็น-ไม่รู้-ไม่เข้าใจ


มันก็มีโทสะ-โมหะ-โลภะเต็มตัวอยู่อย่างนั้น*


เปรียบก็เหมือนเวลากลางคืน มันมืด


พอจุดเทียนสว่างขึ้น ความมืดก็หายไป


เพราะความมืดกลัวแสงไฟ


พอไฟดับ ความมืดก็เข้ามาทันที


**ที่อาตมาให้ข้อคิด พร้อมกับวิธีปฏิบัติอย่างลัด ๆ มานี้


ก็เพื่อท่านทั้งหลายจะได้นำไปปฏิบัติ


และจะได้รับผลเร็ว ไม่ต้องเสียเวลา


วิธีนี้นำไปใช้ในชีวิตประจำวันได้ ไม่ต้องหยุดงานไปปฏิบัติ


บางท่านเอาไปปฏิบัติแล้ว บางท่านเพียงแต่เคยได้ฟังมา


บางท่านไม่เคยได้ยิน อาจรู้สึกขัดอก-ขัดใจ


ถ้ารู้สึกอย่างนั้น ก็ให้เอาความรู้สึกนั้นทิ้งไว้ก่อน


ความรู้ที่เคยเรียนมาแต่เดิม ก็เก็บวางไว้ก่อน


แล้วทดลองทำตามที่อาตมาพูดนี้


ลองดู (แล้ว)จะทราบผลที่เกิดขึ้น-ว่าเป็นอย่างไร


อาตมากล้ารับรองว่า


วิธีนี้ถูกต้องตามที่พระพุทธเจ้าสอนอย่างน้อย ๘๐%


ถ้าพูดตามความรู้สึกของอาตมาเพียงผู้เดียว ก็ว่า‘ถูก ๑๐๐%’


เพราะปฏิบัติแล้ว


มันบรรเทาความโลภ-ความโกรธ-ความหลงได้


เมื่อสิ่งเหล่านี้ลดลง ความสงบก็เข้ามาแทนที่**…”


หลวงพ่อเทียน จิตฺตสุโภ

Archive