DM-0085 | ธรรมะประจำวัน 2022-09-29

 “…ท่านที่รักทั้งหลาย


ไม่ว่าสัตว์ คน หรือต้นไม้…*เกิดมาแล้ว-ต้องตายทั้งนั้น*


ไม่ว่าชายหรือหญิง เด็กหรือผู้ใหญ่ ไทยหรือจีน


และชนชาติใด-ภาษาใด นุ่งผ้าสีอะไร


ถือศาสนาใด ก็ตายทั้งนั้น-ตายแหง ๆ


อันรูปกายภายนอกที่เป็นวัตถุ มองเห็นด้วยตา-จับถูกต้องด้วยมือ


รูปกายพระพุทธเจ้าเอง ก็ยังแตกดับสลายไป


จะนับประสาอะไรกับปุถุชน-คนธรรมดาสามัญอย่างเรา


พระพุทธเจ้าที่เราเคารพนับถือนั้น พระองค์สอนอย่างไร ?


*ความจริงเรา-ท่านทั้งหลาย ได้ทำบุญ-ให้ทาน


เช่น ถวายกฐิน บังสุกุล ผ้าป่า


รักษาศีล-ภาวนามามากต่อมากแล้ว


นับว่าเป็นบุญ-เป็นกุศลอย่างสูงแล้ว


เราท่านทั้งหลายละความโกรธ-ความโลภ-ความหลงได้ลดน้อยลง


หรือหมดสิ้นไปแล้วหรือยัง ?!*


**อันความโกรธ-ความโลภ-ความหลงนี้


ท่านผู้รู้ทั้งหลายกล่าวว่า‘เป็นของเน่า-ของเหม็น’


หรือว่า‘เป็นกิเลส’ เกิดขึ้น-ตั้งอยู่-ดับไป


เป็นทุกข์ทรมาน เวลาทำผิด-พูดผิด-คิดผิด…เป็นครั้ง-เป็นคราว


น่ากลัว-น่าหวาดเสียวยิ่งนัก ปุถุชน-คนธรรมดาไม่รู้ว่าเป็นทุกข์


ตรงข้าม ผู้รู้สอนว่าเป็นทุกข์**


**ให้มีสติ กำหนดรู้ตัว-ตื่นตัวอยู่เสมอ


กิเลสจึงเกิดขึ้นไม่ได้ จึงจะเป็นบุญ-เป็นกุศลอย่างถูกต้อง


เป็นสมบัติของมนุษย์ ตามคำสอนของท่านผู้รู้**


*การกระทำใด ๆ ยังปล่อยให้ความโกรธ-ความโลภ-ความหลง


ความเน่า-ความเหม็นเกิดขึ้น ยังเอาชนะสิ่งนี้ไม่ได้


วิธีการอย่างนั้น-ยังไม่ถูกต้อง ไม่ตรงตามคำสอนของพระพุทธเจ้า


คำว่า‘ทางมิใช่ทาง’ หมายถึงการกระทำใด ๆ ตามที่กระทำลงไปแล้ว


ยังปิดช่องว่างความโกรธ-ความโลภ-ความหลงไม่ได้นั้น


ท่านผู้รู้ทั้งหลายกล่าวว่า‘เป็นโมฆะ’


คำว่าเป็นโมฆะนั้น น่ากลัว-น่าเกลียด-น่าหวาดเสียว-น่าสะดุ้ง-น่าตกใจ*


ตรงกันข้าม **คำสอนใด-วิธีการใดก็ตาม


ทำแล้ว ความโกรธ-ความโลภ-ความหลงลดน้อย


หรือหมดไป ไม่เกิดมีอีกต่อไปนั้น


นั่นแหละ ถูกต้องตามคำสอนของพระพุทธเจ้า**


ทัศนะความจริงของท่านผู้รู้กล่าวแล้วว่า


**ทุกคนจิตใจสะอาด-สว่าง-สงบ เป็นพื้นฐานอยู่แล้ว-เป็นประจำนี้


นี่แหละเป็นสมบัติของมนุษย์ทุกชาติ-ทุกภาษา**


ตรงข้าม *กิเลสหรือทุกข์ประเภทโทสะ-โมหะ-โลภะนั้น


เกิดขึ้นเมื่อตาเห็นรูป หูฟังเสียง จมูกดมกลิ่น ลิ้นรู้รส กายถูกต้องสัมผัส


จิตใจนึกคิด ธรรมารมณ์เกิดขึ้นทางจิต-ทางใจ


ชอบ-ชัง อิจฉาริษยาเกิดขึ้น…ก็เอารัดเอาเปรียบ ไม่สุจริต


ทำการ-ทำงานไม่ถูกต้อง ไม่ตรงต่อเวลา-หน้าที่


ความทุกข์ย่อมเกิดขึ้นเป็นเงาตามมา*


พระพุทธเจ้าที่เราเคารพนับถือ สอนเรื่องนี้จนหมดลมหายใจว่า


**‘ท่านทั้งหลายจงเจริญสติ ดูจิต-ดูใจ


ให้เห็นจิต-เห็นใจ เห็นชีวิตจริง ๆ ว่า


คนทุกคนมีความปกติที่สะอาด-สว่าง-สงบอยู่แล้ว


ทำการทำงานตรงต่อเวลา-หน้าที่


ก็ทำถูก-พูดถูก-คิดถูก ไม่มีความอิจฉาริษยา-ไม่เอารัดเอาเปรียบ


ไม่เบียดเบียนทั้งตนเองและผู้อื่น


อย่างนี้เรียกว่าเป็นมนุษย์สมบัติ สวรรค์สมบัติ


ที่สุดก็เรียกนิพพานสมบัติ อย่างนี้เข้าหลักคนโบราณว่า


‘สวรรค์ในอก-นรกในใจ นิพพานไม่ไกล-อยู่ในใจนี้เอง’


สัตว์ทำได้โดยยาก ทัศนะอย่างนี้มีอยู่แล้วในคนทุกคน**


พระพุทธเจ้าของเรากล่าวว่า ‘ธัมมะวิจะยะ’-การสอดส่องธรรม


พระองค์เป็นคนแรกทรงค้นพบ จึงนำมาสอน


ให้มีผู้รู้ตาม-เห็นตาม-เข้าใจตาม ชื่อว่า‘สาวกพุทธะ’


**คำสอนของพระพุทธองค์มิได้หายไปไหน


ถึงแม้วันเวลาจะหมุนเวียนเปลี่ยนไปแล้ว-เปลี่ยนไปเล่า


ย่างเข้าสองพันห้าร้อยกว่าปีแล้วก็ตาม**…”


หลวงพ่อเทียน จิตฺตสุโภ

Archive