DM-0084 | ธรรมะประจำวัน 2022-09-28

“…พระพุทธเจ้านั้น ก็คือคนธรรมดา ๆ นี่เอง


แต่คนส่วนมากเข้าใจว่า


คือรูปเจ้าชายสิทธัตถะกุมารนั้น เป็นพระพุทธเจ้า


ดังนั้น เมื่อมาคำนึงถึงว่า


‘รูปเจ้าชายสิทธัตถะกุมารนั้น เป็นพระพุทธเจ้า’


เรามาคำนึงถึงเมื่อสมัยพระวักกลิไปอยู่กับพระพุทธเจ้า


เห็นพระพุทธเจ้า-รูปโฉมของพระพุทธเจ้าสวยงามดี


ก็ติดตามไปอยู่ด้วย


เรียกว่าไปบวชเป็นภิกษุอยู่ด้วย(กับ)พระพุทธเจ้า


เมื่อพระพุทธเจ้าแนะนำให้ประพฤติ-ปฏิบัติธรรม


ก็เฉยอยู่ ไม่ได้ยิน-ไม่ได้ฟัง


แต่ฟังอยู่-แต่ไม่ได้ยิน คือไม่เข้าใจนั่นเอง


คอยดูแต่รูปโฉมภายนอก(ของพระพุทธเจ้า)ก็เท่านั้น


ไม่ได้ปฏิบัติตามคำสอนของพระพุทธเจ้า


เมื่อเป็นเช่นนั้น พระพุทธเจ้าก็ประณามพระวักกลิ


คือไล่พระวักกลิหนี ว่าอย่างนี้ก็ได้


เมื่อพระพุทธเจ้าประณามพระวักกลิ ไล่พระวักกลิหนี


พระวักกลิก็ไม่มีทางไป


เพราะว่า(มี)ความตั้งใจว่า จะไปอยู่กับพระพุทธเจ้า


เมื่อพระพุทธเจ้าไล่หนีหรือประณาม ก็ไม่มีทางไป


เมื่อไม่มีทางไปแล้ว ก็มีทางเดียวเท่านั้น-คือตาย


พระวักกลิคิดอย่างนี้ มีทางเดียว-คือตายเท่านั้น


เมื่อไม่เห็นพระพุทธเจ้าแล้ว ก็จะเป็นทุกข์


เมื่อเป็นเช่นนั้น พระวักกลิก็เลยหนีจากพระพุทธเจ้าไป


ว่าจะไปโตน(กระโดด)เหวตาย ว่าอย่างนั้น


พระพุทธเจ้าก็เพ่งเล็ง เรียกว่าเล็งญาณไป


เห็นพระวักกลิจะไปโตนเหวตาย พระพุทธเจ้าก็ตามไป


พระพุทธเจ้า : พระวักกลิทำไมจะมาโตนเหวตายอย่างนี้ ?


พระวักกลิ : เพราะว่าไม่มีทางไป


ทีแรกตั้งใจจะมาอยู่กับพระพุทธเจ้า


เพราะว่าเห็นพระพุทธเจ้านั้นเป็นผู้ที่สวยงาม


พอใจในรูป-ในเสียง-ในการทำของพระพุทธเจ้า


พระพุทธเจ้า : พระวักกลิเข้าใจว่าตัวรูปร่างเจ้าชายสิทธัตถะ


คือรูปกายภายนอกของเรานี้สิ เป็นพระพุทธเจ้า


พระวักกลิ : ก็คือรูปที่มองเห็นด้วยตานั่นแหละ เป็นพระพุทธเจ้า


พระพุทธเจ้า : อันนี้ไม่ใช่เป็นพระพุทธเจ้า


ถ้าหากพระวักกลิเข้าใจว่า


รูปกายภายนอกนี้เป็นพระพุทธเจ้าแล้ว


รูปกายภายนอกของเรา


ผู้พระวักกลิว่าเป็นพระพุทธเจ้านี่ *ตายเป็นไหม* ?


พระวักกลิ : *ตายเป็น*


พระพุทธเจ้า : บัดนี้ รูปพระวักกลินั้น-ตายเป็นไหม ?


พระวักกลิ : ตายเป็น


พระพุทธเจ้า : เมื่อพระวักกลิเห็นว่าเราตถาคต


ผู้วักกลิว่าเป็นพระพุทธเจ้านี้


*ตายแล้ว เน่าเปื่อยเหม็นเป็นไหม* ?


พระวักกลิ : *เน่าเปื่อยเหม็นเป็น*


พระพุทธเจ้า : บัดนี้ พระวักกลิตายไปแล้ว


เน่าเปื่อยเหม็นเป็นไหม ?


พระวักกลิ : เน่าเปื่อยเหม็นเป็นเช่นเดียวกัน


พระพุทธเจ้า : ถ้าหากว่าตายเป็น เน่าเป็น-เปื่อยเป็น-เหม็นเป็น


จะไปถือว่ารูปกายภายนอกนั้น


เป็นพระพุทธเจ้านั้นไม่ได้


เพราะ**พระพุทธเจ้านั้นไม่ตาย


ไม่เน่า-ไม่เปื่อย-ไม่เหม็น**


ถ้าหากพระวักกลิเข้าใจอย่างนั้นแล้ว


พระวักกลิไม่เห็นพระพุทธเจ้าเลย


พระวักกลิ(ได้ฟังแล้ว) ก็เลยเกิดมีความฉงนใจขึ้นมา


เรียกว่าสนใจอยากเห็นพระพุทธเจ้า


ที่ไม่ตาย ไม่เน่า-ไม่เปื่อย-ไม่เหม็นเป็นนั้น


เมื่อเป็นเช่นนั้น พระพุทธเจ้ากับพระวักกลิ


ก็เลยสนทนากันไปหลายเรื่อง


หรือยังไงก็ไม่รู้ เพียงเล่าให้ฟังเป็นคร่าว ๆ


แต่พวกท่านทั้งหลายที่ได้ฟังแล้ว


ก็คงจะได้รู้จักเป็นลาง ๆ หรือว่าเข้าใจเป็นลาง ๆ


เพราะท่านทั้งหลายก็เคยได้ยิน-ได้ฟังมาแล้วพอสมควร


เมื่อเป็นเช่นนั้น


พระพุทธเจ้าก็เลยทักทายพระวักกลิไปหลายเรื่อง


พระวักกลิก็อยากเห็นพระพุทธเจ้า


ที่ไม่ตาย ไม่เน่า-ไม่เปื่อย-ไม่เหม็นนั้น


พระพุทธเจ้าก็เลยแนะแนววิธีปฏิบัติธรรม


เรียกว่าแนะแนวการทำกรรมฐาน


หรือว่าแนะแนวการเจริญวิปัสสนานั้น ให้แก่พระวักกลิ


พระวักกลิก็เลยไปปฏิบัติธรรมะ


ได้ดวงตาเห็นธรรม หรือว่าดับกิเลสตาย-คลายกิเลสหลุด


เหมือนกันกับพระพุทธเจ้า


ดังนั้น พระพุทธเจ้าจึงตรัสว่า


**‘ผู้ใดเห็นธรรม ผู้นั้นเห็นพระพุทธเจ้า


ผู้ใดไม่เห็นธรรม ผู้นั้นไม่เห็นพระพุทธเจ้า


แม้จะจับนิ้วเท้า-นิ้วมือ หรือปลายจีวรของพระพุทธเจ้าอยู่


ก็ไม่เห็นพระพุทธเจ้า คือไม่เห็นธรรมนั่นเอง’**…”


หลวงพ่อเทียน จิตฺตสุโภ

Archive