DM-0083 | ธรรมะประจำวัน 2022-09-27

“…ตั้งใจฟัง เพื่อจะได้เกิดสติปัญญา


ตามสมควรแก่เวลาการฟัง


ฉะนั้นคนเราเมื่อฟังดี ก็ย่อมได้ปัญญาในทางที่ดี


ถ้าฟังไม่ดี ก็ได้ปัญญาในทางที่ไม่ดี


คำว่า‘ดี’กับ‘ไม่ดี’นั้น มันตรงกันข้ามเหมือน‘ดำ’กับ‘ขาว’


ฉะนั้น วันนี้จะได้พูดกันเรื่อง‘การเห็นธรรมะ’


หรือว่า‘เข้าถึงธรรมะ’ต่อไป


*คำว่า‘เห็นธรรมะ’นั้น


บางคนว่าเห็นสี-เห็นแสง เห็นผี-เห็นเทวดา


เห็นนรก-เห็นสวรรค์ หรือที่สุดก็เห็นพระพุทธเจ้า


อย่างนั้นเป็นการเห็นนอกตัว ไม่ใช่เห็นในตัวของเรา*


**ถ้าหากเห็นธรรม


ก็ต้องเห็นตัวของเรา หรือเห็นในตัวของเรานี่เอง**


*ฉะนั้นที่เราเห็นสี-เห็นแสง เห็นผี-เห็นเทวดา


เห็นนรก-เห็นสวรรค์-เห็นนิพพาน


หรือเห็นพระพุทธเจ้านั้น มันเป็นมายา


เป็นกลไกของกิเลส หรือว่าเป็นกลไกของจิตใจ*


**ถ้าหากว่าเห็นธรรม คือเห็นตัวเรา


เห็นรูป-เห็นนาม หรือเห็นกายกับใจของเรานี่เอง**


ฉะนั้นคำว่า‘กาย’กับ‘ใจ’นี้ หรือว่า‘รูป’กับ‘นาม’นี้


มันมีมาตั้งแต่ไหน-แต่ไรมา


เมื่อเกิดหลุดจากท้องของมารดามา


ก็ต้องมี‘กาย’กับ‘ใจ’ หรือมี‘รูป’กับ‘นาม’


ภาษาธรรมะที่ได้ประพฤติ-ปฏิบัติธรรม


หรือประสบ-พบเห็นมา ก็เรียกว่า‘รูปกับนาม’


ภาษาชาวบ้านของเราเรียกว่า‘กายกับใจ’


ดังนั้น **เมื่อเห็นกาย-ก็เห็นใจ เมื่อเห็นใจ-ก็เห็นกาย


เมื่อเห็นรูป-ก็เห็นนาม เมื่อเห็นนาม-ก็เห็นรูป**


เรียกว่า‘รูปทำ-นามทำ’


คำว่า ‘ทำ-ธรรม’ คำนี้มีอยู่ ๓ ความหมาย คือ


ข้อที่ ๑ เรียกว่า‘ทำ’ (สะกด)ตัว ท-สระอำ…(เรียกว่า) ทำ


ข้อที่ ๒ เรียกว่า‘ธมฺ’ (สะกด)ตัว ธ-มีตัว ม…เรียกว่า‘ธมฺ’(ธัม) เหมือนกัน


ข้อที่ ๓ เรียกว่า‘ธรรม’ (สะกด)ตัว ธ-ตัว ร ๒ ตัว


และตัว ม ก็เป็น‘ธรรม’เหมือนกัน เรียกว่า‘ธรรม’


‘ทำ’ คือการกระทำ


ทำทางกาย ๑-ทำทางวาจา ๑-ทำทางใจ ๑


ฉะนั้น**การเห็นธรรม


ต้องเห็นในการกระทำหรือการพูด-การคิด


ในขณะที่ทำ-ที่พูด-ที่คิดอยู่นั่นแหละ คือเห็นธรรม


หรือว่าเห็นธรรมนั้น คือเห็นรูปกับนาม


หรือเห็นกายกับใจ** อย่างที่พูดแล้ว


**เมื่อบุคคลใดเห็นธรรม ก็เห็นพระพุทธเจ้า


เมื่อบุคคลใดไม่เห็นธรรม ก็ไม่เห็นพระพุทธเจ้า


ฉะนั้นการเห็นธรรมนั้น ก็คือเห็นตัวเรา**…”


หลวงพ่อเทียน จิตฺตสุโภ

Archive