DM-0061 | ธรรมะประจำวัน 2022-09-05

“…**ถ้าเราต้องการชีวิตที่เป็นอิสระจริง ๆ แล้ว


เราต้องกลับมารู้ตัวเองให้มาก อย่าเป็นคนลืมตัว


เมื่อไม่ลืมตัว-เราก็หยุดได้ หยุดความคิดที่สับสนวุ่นวาย


หยุดได้ เพราะเราเห็น-เรารู้-เราเข้าใจ


ดังนั้นคนใดที่หยุดความคิดที่สับสนวุ่นวาย-ที่เป็นทุกข์ได้


คนนั้นก็เป็นอิสระ เป็นอิสระจากโลภะ-โทสะ-โมหะ**


สิ่งเหล่านี้แหละ ที่พระโสดาบันละได้


เป็นอิสระออกมาได้ เป็นการหลุดพ้นขั้นต้นที่สุด


ดังนั้น แม้จะรักษาศีล-กินเจ ให้ทาน ภาวนาพุท-โธ


หรือทำอะไรอยู่ก็ตาม


ถ้าหากยังละไปจากสิ่งเหล่านี้ไม่ได้


ก็ชื่อว่าเป็นไม้ผุ ไม้ไม่มีแก่น-ไม่มีแกน


การเป็นพระอริยบุคคล


ไม่ได้มีเครื่องหมายเหมือนกำนัน-ผู้ใหญ่บ้าน


หรือทหาร-ตำรวจ


**เครื่องแบบของพระอริยบุคคลเหล่านี้ ก็คือ


กาย-วาจา-ใจที่ไม่สับสนวุ่นวายแล้ว


ไม่มีทุกข์แล้ว เพราะไม่ลืมตัว


ที่เราเป็นทุกข์กัน เพราะเราลืมตัว


มันคิดขึ้นมา เราไม่รู้-เราไม่เห็น-เราไม่เข้าใจ


ความไม่รู้-ไม่เห็น-ไม่เข้าใจนั่นแหละ คือ ความทุกข์**


พระพุทธเจ้าจึงสอน**‘ให้มาเจริญสติ’


ให้มีสติเข้าไปรู้ในอิริยาบถทั้ง ๔ คือ


ยืน-เดิน-นั่ง-นอน ให้มีสติเข้าไปรู้อยู่ตลอดเวลา


เท่านั้นยังไม่พอ


ยังสอนให้มีสติเข้าไปรู้ในอิริยาบถย่อย


คู้-เหยียด เคลื่อนไหว กระพริบตา อ้าปาก หายใจ


เมื่อรู้แล้ว ญาณปัญญาจะเกิดขึ้น**


‘ญาณ’ หมายถึงรู้


‘ปัญญา’ หมายถึงรอบรู้


**แต่ก่อนเราไม่เคยรู้-ไม่เคยเห็น-ไม่เคยเข้าใจ


เปรียบเหมือนกับความมืด


เดี๋ยวนี้เราเห็น-เราเข้าใจ


ก็เหมือนกับแสงสว่าง ที่มันเข้ามาแทนที่ความมืด


เราไม่ต้องไปไล่ความมืด


เพียงเราจุดไฟ ความมืดก็หายไป


อันความโกรธ-ความโลภ-ความหลงนี้ก็เหมือนกัน


เพียงมีสติเข้าไปรู้จิตใจของเรา


ความโกรธ-ความโลภ-ความหลง มันก็ไม่มี


มันเกิดขึ้นได้เฉพาะตอนที่เราเผลอเท่านั้น**…”


หลวงพ่อเทียน จิตฺตสุโภ

Archive