DM-0058 | ธรรมะประจำวัน 2022-09-02

“…หลวงพ่อขอถาม


**หนูเคยมีความทุกข์บ้างไหม ? (โยมตอบ)-‘มีค่ะ’


เพราะหยุดความคิดไม่ได้นั่นเอง


ความคิดนี่ มันสามารถทำให้คนทุกข์ได้


ความรู้สึกตัวนี่ มันสามารถไปตัดความทุกข์ได้หมด*


จึงว่า *เรื่องอะไรทั้งหมดก็ตาม


ศาสนา-พุทธศาสนา อะไรทั้งหมดก็ตาม


หลวงพ่อรวมความแล้ว มีความรู้สึกตัวอย่างเดียว


ความรู้สึกตัวทั่วพร้อมนั้น มันไม่สามารถที่จะปรุงเราได้


ถ้าหากทุกคนรู้อย่างนี้แล้ว ก็ไม่มีเรื่องอะไรทั้งหมด


คนมันไม่รู้จัก มันเข้าไปในความคิด


ความคิดก็เลยปรุงให้อันนั้นดี-อันนี้ดี


มันก็ทุกข์ขึ้นมา** ก็เลยเกิดแย่งอำนาจกัน


แย่งอำนาจ-ไม่ใช่ความรู้นะ ความคิดมันแย่งกัน


เมื่อสมัยก่อน เรียนนักธรรมตรี-นักธรรมโท


เป็นตำรวจ-เป็นทหาร-เป็นครูได้


บัดนี้ไม่ได้แล้ว ต้องเรียนมากขึ้น


หลวงพ่อเห็นเขาเรียนกัน หลวงพ่อไม่ได้เรียน


หลวงพ่อเห็นคนไปสอนโรงเรียนบ้านบุฮม บ้านหลวงพ่อ


เรียน ป.๔ เท่านั้น เป็นครูเล็กที่สุด


บัดนี้ ป.๔ ไม่ได้เป็นแล้ว จำต้อง ม.๑, ม. ๒ ไปอย่างนั้น


บัดนี้ ม.๑, ม.๒ เป็นครูไม่ได้แล้วเดี๋ยวนี้


ก็ต้องเรียน ม.๖, ม.๘ จึงจะได้เป็น


บัดนี้เรียน ม.๖, ม.๘-ก็ไม่ได้เป็นแล้ว ต้องเอาปริญญา-จึงจะได้เป็น


ก็เพราะแย่งชิงกันกับความคิดนี่เอง


บัดนี้ปริญญาตรี-โท หางานกันยากแล้ว


จำต้องปริญญาเอกแล้ว ปริญญาเอกอันเดียวก็ไม่ได้แล้ว


มีคนเยอรมันมาถามหลวงพ่อ


มีนักศึกษามหาวิทยาลัยตามมาด้วย เพราะหลวงพ่อไม่รู้คำแปล


เรียนปริญญาเอก ๓ ปริญญา


คนเยอรมันคนนั้นได้ปริญญาเอก ๓ ปริญญา เขาถามหลวงพ่อว่า


‘สวรรค์มีไหม-นิพพานมีไหม ?’ เขาถามหลายเรื่อง-‘ตายแล้วเกิด ?’


หลวงพ่อก็เลยพูดกับเขา เพราะเขาเป็นศาสนาคริสต์-เราก็เป็นพุทธ


หลวงพ่อถาม ศาสนาคริสต์กับศาสนาพุทธต่างกันอย่างไร ?


เขาว่าต่างกัน ศาสนาพุทธสอนอย่างไร-เขารู้


ศาสนาคริสต์ เขาก็รู้ว่า‘พระเป็นเจ้า


มารับรองเอาดวงวิญญาณเขาไปอยู่กับพระเป็นเจ้า’ ว่าอย่างนั้น


คริสต์ศาสนาเขารู้เรื่องพระเยซู


เขาถาม‘ชีวิตของพระกับชีวิตของนักบวชนี่เหมือนกันไหม ?’ เขาถามปัญหาดีนะ


เขาบอกว่า เขาถามมาหลายคนแล้ว-ไม่มีใครบอกเขา


อ้าว-ชีวิตของพระกับนักบวชต่างกันสิ


ต่างกันยังไง (ระหว่าง)นักบวชกับพระ


โกนหัว-นุ่งเหลืองห่มเหลือง บัดนี้ก็เป็นนักบวชแล้ว…แต่พระไม่ใช่อันนั้น


พระเยซู เขาก็เรียกว่าพระใช่ไหม ?


พระพุทธเจ้า เขาก็เรียกว่าพระเหมือนกันใช่ไหม ?


แล้วทำไมจึงว่า ศาสนาพุทธกับศาสนาพระเยซูผิดกัน-ทำไม ?


เรื่องพระแล้ว เหมือนกันหมด


พระเยซูกับพระพุทธเจ้า ก็คล้าย ๆ กัน


แต่ว่าคำพูดแต่ละคำ อาจไม่เหมือนกัน


แต่จุดหมายปลายทางคือกัน(เหมือนกัน)


**พระเป็นผู้สอนคน-ให้ความรู้คน สอนคนให้พ้นทุกข์


ชีวิตของพระ จึงว่าเป็นชีวิตที่ประเสริฐ-ราบรื่น


ชีวิตของนักบวชไม่ประเสริฐ-ราบรื่น ขึ้น ๆ-ลง ๆ**


เขาก็เลยบอกว่า ‘ไม่มีใครพูดให้เขาฟังแบบนี้’


ดังนั้น พระกับนักบวช-ไม่ใช่อันเดียวกัน…พูดอย่างนี้ก็ผิด


เพราะสังคมเขาถือว่า พระกับนักบวชเป็นอันเดียวกัน


แต่ความจริง เมื่อหลวงพ่อรู้ธรรมะ


หลวงพ่อว่า พระกับนักบวชไม่ใช่อันเดียวกัน


เมื่อหลวงพ่อเดินจงกรมไป-เดินจงกรมมา หลวงพ่อรู้


เรานุ่งกางเกงอยู่ ‘อ้อ-เราเป็นพระได้แล้ว’


หลวงพ่อจึงเอามือเกี่ยวผม-ดึงขึ้นมา เห็นรากผมขาว ๆ ๓ จุด


ชีวิตคนนี่ ถ้าไม่รู้อย่างนี้แล้ว-ไม่มีราคาเลย


เกิดมา กินแล้วก็นอน-ทำบุญบ้าง…(แล้วก็)ตายไป


ถ้าเอาเพียงแค่นั้น ก็ไม่ใช่คนล่ะ-เพราะไม่รู้จัก


คนนี่-หลวงพ่อรู้อย่างนี้ เอาเพียงแค่นั้นไม่ได้


ถ้าเอาแค่นั้น เรียกว่า‘ขาดทุน’


คำว่าคน-มาเกิดเป็นคน หมายถึงว่ามาค้าขาย


สมมติเอาว่าเรามาค้าขาย คนใดค้าขายไม่เป็น-ขาดทุน


แม้คน ถ้าเกิดมาเป็นคน-รู้จักหน้าที่ของคน


รู้จักความเป็นคน-ทำหน้าที่ของคนเป็น คนนั้นมีกำไร


จึงว่า‘พระเป็นผู้สอนคน’-จะเป็นพระยังไงก็ได้ เป็นโยมก็สอนได้


เรียกว่า**‘คนมีกำไร’ คือสอนให้ชีวิตของคนนั้นไม่มีทุกข์


คนสอนคนให้ไม่มีทุกข์นั่น แปลว่าพระ


จะเป็นโยมก็ได้-เป็นพระก็ได้**


สอนคนให้พ้นทุกข์จริงไหม ? ถ้าเขาไม่พ้นทุกข์-ก็แปลว่าเจ้าของสอนผิด


ถ้าสอนเขาไป-เขาได้พ้นทุกข์น้อย ก็แสดงว่าเจ้าของสอนถูกต้อง


เขาทำน้อย-ก็ได้พ้นทุกข์น้อย


ถ้าเจ้าของมีความสามารถสอนเขา เขาทำได้ถึงที่สุดของความทุกข์


ก็แสดงว่าคนนั้นทำคนให้เป็นพระขึ้นมาแล้ว หลวงพ่อเข้าใจอย่างนี้


หลวงพ่อจึงพูดว่า ‘พูดธรรมะ-หลวงพ่อไม่เหนื่อย’


เมื่อหลวงพ่อเหนื่อย ถ้าได้พูดธรรมะแล้ว-หลวงพ่อหายเหนื่อยทันที


เพราะหลวงพ่อต้องการให้คนพ้นทุกข์เท่านั้นเอง


**ความทุกข์นี้ล่ะ…มันเป็นสิ่งที่แสบ-เผ็ดร้อน-ทารุณ ทุกสิ่ง-ทุกอย่าง


เมื่อหมดทุกข์แล้ว ก็แสดงว่าเจ้าของได้สร้างคนให้เป็นคน


สร้างคนให้ทำหน้าที่ของคน**


*ไม่ใช่เกิดมาแล้วก็กิน-แล้วก็นอน-เสพกาม-เฒ่าแก่-ตายไป


ไม่ใช่อันนั้น อันนั้นมันเป็นเรื่องของธรรมดาสัตว์-สัตว์มันก็ทำได้


หลวงพ่อพูดความจริง-เคยเห็นไหม ? สัตว์มันกินเป็น-นอนเป็น-สืบพันธุ์เป็น


คนเป็นเพียงแค่นั้น-ก็ไม่ใช่คนแล้ว* หลวงพ่อเข้าใจอย่างนั้น


เมื่อหลวงพ่อรู้อันนี้ขึ้นมา โอ-**เราต้องทำหน้าที่อันนี้


ให้เป็นประโยชน์แก่คนทุกเพศ-ทุกวัย ทุกชาติ-ทุกภาษา**…”


หลวงพ่อเทียน จิตฺตสุโภ

Archive