DM-0053 | ธรรมะประจำวัน 2022-08-28

“…ให้**ทำความรู้สึกตัวนี้ให้มาก


วันนี้รู้ตัว ๑ ครั้ง หรือ ๒ ครั้ง


นาน ๆ เข้า ความรู้สึกตัวก็จะมากขึ้น ๆ


เมื่อเรารู้ตัวเราที่เป็นวัตถุภายนอกนี้แล้ว


เราก็พยายามดูใจเรา


เมื่อเรารู้ เราเห็นจิตใจที่มันนึก-มันคิดขึ้นมาแล้ว


ดูบ่อย ๆ-ทำบ่อย ๆ มันก็เจริญขึ้น


มันคิด-ก็เห็น มันไม่คิด-ก็เห็น


อันนี้เรียกว่า‘มีญาณแล้ว’**


‘ญาณ’ แปลว่ารู้


หรือว่ามียาน ซึ่งแปลว่า‘พาหนะ’ก็ได้


เพราะ**มันจะค่อยเคลื่อนไป-ไหลไป**


เหมือนกับรถที่มุ่งหน้าไปกรุงเทพ ฯ


ทุกคันจะแล่นไปตามถนนที่มีอยู่แล้ว


สำคัญแต่ผู้ที่ขับรถ จะเอาไปลงคู-ลงคลองหรือไม่


ถ้าหากคนใดขับรถไม่ดี ลงคู-ลงคลอง…ไปก็ไม่ถึง


ถ้าหากคนใดขับรถดี คอยประคับประคองมัน-ก็ไปถึงได้


หรืออุปมาอีกอย่างหนึ่ง


น้ำในห้วย-หนอง คลอง-บึงเล็ก ๆ ตามบ้านเรา


ก็จะไหลลงสู่แม่น้ำโขง


น้ำในแม่น้ำโขงก็จะเคลื่อนตัวไป ไหลออกสู่ทะเล


ทะเลจึงเป็นที่รวมของน้ำ


เหมือนกับ**นิพพาน หรือความหลุดพ้น


เป็นที่รวมของสติปัญญาของทุกคน


เพียงแต่เราจะไปถึงหรือไม่เท่านั้น**


**การเจริญทางจิตทางใจนี้ ใคร ๆ ก็ทำได้**


เพราะคนไทยก็มีชีวิตจิตใจ คนจีนก็มีชีวิตจิตใจ


คนฝรั่งหรือคนชาติใดก็มีชีวิตจิตใจ


บวชก็มีชีวิตจิตใจ ไม่บวชก็มีชีวิตจิตใจ


แต่ต่างกันที่แต่ละคนจะรู้ชีวิตจิตใจหรือไม่เท่านั้น


**ถ้าหากคนใดรู้ชีวิตจิตใจตนเอง


แสดงว่า คนนั้นเข้าใกล้พระพุทธเจ้า-เข้าใกล้ธรรม**


พระพุทธเจ้าก็ตรัสไว้ว่า


‘ผู้ใดเห็นธรรม ผู้นั้นเห็นเราตถาคต’


คำว่า‘เห็นธรรม’ หรือ‘เห็นพระตถาคต’ นั้น


บางคนเข้าใจไปตามครูบาอาจารย์ว่า


จะต้องเห็นรูปพระพุทธเจ้า หรือเห็นสี-เห็นแสงลอยมา


นั่นเป็นการคาดคิด-เข้าใจเอาเอง


**คนที่เห็นชีวิตจิตใจของตนเองแล้ว มันก็หลอกเอาไม่ได้**


ถ้าเห็นสี-เห็นแสง เห็นพระพุทธเจ้าลอยมา


ชื่อว่า‘คนนั้นยังไม่ได้เห็นชีวิตจิตใจตัวเอง’ จึงถูกมันหลอกเอา


อันที่มาหลอก ท่านเรียกว่า‘กิเลส


หรืออาสวะ หรืออวิชชา’ แปลว่าความไม่รู้


ที่จริง **อวิชชานั้นรู้-แต่ไม่รู้ของจริง


ถ้ารู้ของจริงแล้วจะไม่ถูกหลอกอีก เพราะเราเห็นเสียแล้ว


เหมือนกับผู้ร้ายจะเข้ามาขโมยของในบ้านเรา


ถ้าเราคอยดูอยู่ และมีอาวุธพร้อม


มันก็ขโมยของเราไปไม่ได้**…”


หลวงพ่อเทียน จิตฺตสุโภ

Archive