DM-0038 | ธรรมะประจำวัน 2022-08-13

“…สงบแบบหนึ่ง *สงบด้วยความไม่รู้สึกตัว-ไปนั่ง(หลับตา)


เขาเรียกสงบใต้โมหะ* อันนั้นเขาเรียกว่า‘ไปอยู่ในถ้ำ’


คนอยู่ในถ้ำ(-มันมืด) ไปไหน-มาไหนต้องรำคาญ


คนอยู่นอกถ้ำ ไปไหน-มาไหนต้องสะดวกสบาย


บัดนี้ความสงบอันนี้-ที่นี่ เรียกว่า‘เราอยู่นอกถ้ำ’


**สงบแบบนี้ คือสงบโดยปราศจากโทสะ


ปราศจากโมหะ-ปราศจากโลภะ


คืออยู่ด้วยสติ อยู่ด้วยปัญญา**


แต่สมาธิ ไม่ต้องพูดถึงก็ได้


**สมาธิ แปลว่าตั้งใจทำการทำงาน-ตั้งใจพูด-ตั้งใจคิด**


ถ้าหากซื้อ-ขาย ก็ตั้งใจ…เขาเรียก‘สมาธิ’


ไม่ใช่สมาธิ ไปนั่ง(หลับตา)เอาอย่างนั้น


**สมาธิแบบนี้ แปลว่าสงบด้วยปัญญา


สงบแบบนั่งทื่ออยู่คือก้อนอิฐ-ก้อนกรวดเนี่ย


อันนั้นเรียกว่าสงบใต้โมหะ** ก็สงบมีอยู่ ๒ อย่าง


อันนี้เขาว่า นิพพานมันต้องมาสายนี้


**‘นิพพาน’แปลว่าปกติ คำว่าปกติเนี่ย-ให้รู้จัก


คนปกติ พอดีมันคิดปุ๊บ-เห็นปั๊บนี่…เป็นปกติแล้ว-คนนั้น


ถ้าคนไม่ปกติ คิดไปร้อยอัน-พันเรื่อง


ไม่เห็นความคิดตัวเองเลย อันนี้เรียกว่า‘ผิดปกติ’


ดังนั้น ศีลจึงเป็นเครื่องกำจัดกิเลสอย่างหยาบ


สมาธิเป็นเครื่องกำจัดกิเลสอย่างกลาง


ปัญญาเป็นเครื่องกำจัดกิเลสอย่างละเอียด** ท่านว่าอย่างนั้น


บัดนี้ **คนใดยังทำลายโทสะ-โมหะ-โลภะไม่ได้


คนนั้นไม่มีศีล-ไม่มีศีลจริง ๆ** เรื่องนี้-มันเป็นอย่างนั้น


ถ้าพูดตาม ๆ คำพูดของอาตมา มันเข้าใจอย่างนั้น


**ศีลเป็นเครื่องกำจัดกิเลส ‘ศีล’แปลว่าปกติ


พอดีมีความคิดปุ๊บ มันเห็นปั๊บ**…เหมือนแมวกับหนู


มันคิดปุ๊บ แมวมันจับเอาทันที


เพราะแมวกับหนู มัน(เป็น)ของตรงกันข้าม


อันนี้ก็เหมือนกัน **พอดีมันคิดปุ๊บ-เห็นปั๊บ


สติจับทันที จับ-ความหลงไม่เกิดขึ้นได้


อันนี้แปลว่าเห็นทันที อันนี้-มันเป็นอย่างนั้น


อันนี้สงบจากโทสะ-โมหะ-โลภะ**


ส่วน**จิตใจของคนทุกคน มันมีความสงบอยู่แล้ว


เราไปสร้างความไม่สงบให้เกิดขึ้น อันนี้เขาเรียกว่า‘คนไม่เข้าใจ’


อันคนไม่เข้าใจ มันทำ-มันก็ผิดพลาดไปเท่านั้นเอง**


ท่านสอนอย่างนั้น


จะพูดให้ฟังเรื่องการไปปฏิบัติธรรมะ


ที่พูดนี้-พูดเรื่องการปฏิบัติธรรมะ


นั่งปุ๊บยังงี้ เราเดินไปก็ได้-นั่งก็ได้


**พอดีเราดูความคิด ‘โอ…จิตใจคนนี่มันสะอาด-สว่าง-สงบอยู่เด๊


ที่ไม่สะอาด-ที่ไม่สงบนั่น มันไม่เป็นจิต-ไม่เป็นใจของเรา


มันเป็นกิเลส-มันเป็นอวิชชา


มันเป็นความทุกข์ชนิดใด-ชนิดหนึ่งเกิดขึ้นมา’


เราต้อง(เห็น)อย่างนี้


เมื่อเห็นอย่างนี้ เราก็พยายามไม่ให้สิ่งที่ผิดปกตินั้นเกิดขึ้น


ไม่มีเรื่องอะไร มันเกิดขึ้นปุ๊บ-หายไปเลย


นี่แปลว่าเกิดขึ้นแล้วดับไป-เกิดขึ้นแล้วดับไป อย่าให้มันตั้งอยู่**


ตั้งอยู่-ดับไป-เกิดขึ้น-ตั้งอยู่ ‘ตั้งอยู่’ก็หมายถึงยึดมั่น


‘เกิดขึ้น-ดับไป’ แปลว่าไปตามหน้าที่


เป็นไปตามอำนาจของอนัตตา บังคับบัญชาไม่ได้


**จะไม่ให้มันคิด-มันไม่ได้ มันต้องคิด


แต่เราอย่าไปยึดมั่น อย่าเข้าไปในความคิดอันนั้น**


ท่านสอนอย่างนี้ เรียกว่า‘ทุกขัง-อนิจจัง-อนัตตา’


ตัวอิริยาบถเป็นทุกข์ เป็นตัวทุกขัง-เป็นอนิจจัง-เป็นตัวอนัตตา


อันนี้เขาเรียกว่า‘คนนั้นเห็นลักษณะไตรลักษณ์-ลักษณะทั้ง ๓’


ไตรลักษณ์-ลักษณะทั้ง ๓


เขาว่าอย่างนั้น ตามคำพูด-ตามตัวหนังสือ


แต่*อย่าไปเชื่อตัวหนังสือเกินไป*


ลักษณะทั้ง ๓ นี่คือ พูดง่าย ๆ คือการเคลื่อนไหวทางรูปกายอันหนึ่ง


การหายใจอันหนึ่ง ตัวความคิดอันหนึ่ง


นี่ลักษณะทั้ง ๓ ถ้าจะพูดอย่างนั้น


ถ้าจะพูดอีกอย่างหนึ่งก็ว่า‘ทุกขัง-อนิจจัง-อนัตตา’


เขาว่าอย่างนั้น…”


หลวงพ่อเทียน จิตฺตสุโภ

Archive