DM-0024 | ธรรมะประจำวัน 2022-07-30

“…*เรื่องจิตใจนี่ จึงว่าเป็นสิ่งที่บุคคลเห็นได้ยาก


ต้องพิจารณาจริง ๆ


แต่ว่าผู้ฮู้(ที่พูด)ว่า‘ฮู้เด๊’ มันบ่ค่อยเห็นเด๊


มันรู้คิด-อันหนึ่งเด๊ มันเห็นความคิด-อันหนึ่งเด๊


อันฮู้คิดไปนั้น-บ่แม่นเห็นคิด คิดไปนั่น-มันฮู้คิด


มันเข้าไปในความคิด* เพิ่นว่าจังซั่น


จึงว่าสัญญาเฮาสิเข้าไปฮู้อันนั้น แล้วสัญญาบอกว่าตัวก.ไก่ เขียนจังซั่น


ง.งู จ.จาน อิหยังพวกเนี่ย ญาพ่อบ่ฮู้จักอันเนี่ย


ตัวด.เด็ก ฎ.ชฎาอิหยัง ย.ยักษ์-ย.เยิก เขียนจังซั่น


อันนั้นเป็นสัญญาภายนอกเด๊นั่น เฮาต้องเรียนจังซั่น


**อันตัวสัญญาอย่างที่ญาพ่อว่า บ่ต้องเรียนก็ได้


ฮู้จริง ๆ-หยั่งฮู้แท้ ๆ เพราะมันมีในเรา


เรื่องรูป-เรื่องนาม เรื่องทุกขัง-อนิจจัง-อนัตตา


เรื่องสมมติ เรื่องศาสนา เรื่องบาป-เรื่องบุญ


เรื่องโทสะ-โมหะ-โลภะ เรื่องกิเลส-ตัณหา-อุปาทาน


เรื่องศีล-เรื่องหยัง รู้แท้ ๆ เพราะมันมีในเฮา


เพิ่นเอิ้น‘สัญญาเข้าไปรู้’ อันสัญญาตัวนั้นเกิดมาจากธรรมชาติ**


เพราะมันมีธรรมชาติ ๒ อย่าง


ธรรมดานี่ ธรรมดาก็มี ๒ อย่าง


จึงว่าของที่ดี เฮาเอาอิหยังงำไว้(ปิดบังไว้)


บ่มีผู้มาเปิด เฮาก็บ่เห็นแล้ว


ลองมีผู้มาหงายหน้าขึ้นเนี่ย ของอันนี้มีบ่ ?


เพชรอยู่นี่-เห็นบ่ ? เห็นโลดบัดเดียว


อย่างญาพ่อว่านี่ เห็นโลดอันนี้-เข้าใจโลด


เพราะ*จิตใจคิดเด๊ มันก็ต้องมี-มันก็มีทุกคนเด๊*


บัดนี้ คนพัฒนาเป็นพระพุทธเจ้า


ดังนั้นคนธรรมดานี่แหละ อันเป็นพระพุทธเจ้านะ


อย่าสิเข้าลึกเกินไป แต่ก็บ่แม่นห้ามดอก


ให้คิดไปมาก ๆ ก็ดีคือกัน


พระพุทธเจ้าจึงเป็นคนธรรมนี่เอง จึงบ่มีวิตกกังวลกับไผ-กับใครว่าซั่น


บ่ตั๊ว บ้านญาพ่อเรียกว่า‘บ่มีวิตกกังวลกับไผ’-ว่าซั่น


ไผสิเฮ็ดอิหยัง-เป็นเรื่องของขเจ้า บ่แม่นเรื่องของเฮา


ว่าให้แล้ว-ก็แล้วล่ะ…สิเอา-ก็เอา บ่เอา-ก็แล้วไปล่ะ


ญาพ่อแม่น(ของ)ญาพ่อ ว่าจังซั่น


*แต่(ฮู้เข้าไปในความคิดนี่) บ่ฮู้จักความจริงแล้วนะ*


**อันความโกรธ บ่ได้มีในตัวนี่เด๊


ความโลภ-ความหลงบ่ได้มีในตัวเฮานี่เด๊


อันมีแท้ ๆ ล่ะ (คือ)จิตใจสะอาด-จิตใจสว่าง-จิตใจสงบ


จิตใจบริสุทธิ์-จิตใจว่องไวผ่องแผ่ว


มีอยู่ทุกขณะ-ทุกเวลานาทีทีเดียว


แต่ว่าอันโมหะคลุมไว้-ว่าจังซั่นก็ได้


โลภะคลุมเอาไว้-โทสะคลุมเอาไว้ มาปก-มางำไว้**


คล้าย ๆ คือเฮาสิเปิดประตูออกมานี่ พวกนี้มันอยู่ทางหน้าประตูนี้


บ่ให้เฮาออกประตูได้ อัดแน่นจังซั่น


ก็เหมือนเกลียวนอตนี่ละ-หันเข้า


บ่มีผู้สิมามายเกลียวออกไปจักเทือ มันก็แน่นอยู่จังซั่นแล้ว


เกลียวนอตประตูก็คือกัน


ใส่กุญแจไว้ บ่มีผู้มาไขให้เฮาจักเทือ


เฮาบ่ฮู้จักลูกกุญแจเด๊บัดนี้ ก็บ่มี-บ่ได้เปิดจักเทือแล้ว


เปิดประตูออกมาบ่ได้ ก็มืดอยู่จังซั่นแล้ว


ดังนั้น *การให้ทาน-รักษาศีล-ทำกรรมฐานนั้นดีแล้ว


แต่มันแก้ทุกข์บ่ได้


สิ่งใดที่มันแก้ทุกข์บ่ได้นั้น เพิ่นว่า‘บ่แม่นของจริง’*


เพิ่นว่า**‘ของจริงต้องแก้ทุกข์เท่านั้น’


เพิ่นเอาแต่(เรื่อง)ความทุกข์ซื่อ ๆ


คำสอนของพระพุทธเจ้าทั้งหมด บรรจุลงเรื่องแก้ทุกข์เท่านั้น


‘มีแต่ทุกข์เท่านั้นเกิดขึ้น-มีแต่ทุกข์เท่านั้นตั้งอยู่-มีแต่ทุกข์เท่านั้นดับไป’


เพิ่นว่า-เพิ่นเอิ้น‘อริยสัจ ๔’ ทุกข์-สมุทัย-นิโรธ-มรรค ๔ ข้อนี้


เพิ่นว่า‘ทุกข์ต้องกำหนดรู้-สมุทัยต้องละ-มรรคต้องเจริญ-นิโรธทำให้แจ้ง’ ว่าซั่น


‘เฮ็ดจังได-เฮาบ่รู้จัก มรรคเป็นจังได-เฮาบ่ฮู้จัก


กำหนดทุกข์จังได บ่ฮู้จักว่าทุกข์’**


ทุกข์ว่าผมหงอก-ฟันหัก เนื้อหนังแห้งเหี่ยวไป


อันนั้นก็บ่แม่นอยู่ ‘มันเป็นธรรมชาติมัน’-ว่าซั่น


**ทุกข์เพราะคิด-เนี่ยทุกข์


เฮาเคลื่อน-เฮาไหว เฮาบ่เคยเห็นจักเทือ


อย่างเราพริบตาเนี่ย ฮู้


รู้สึกบ่-ลองพริบตาดูซิ รู้สึกบ่ฮึ-รู้สึกทุกครั้งบ่ฮึ ?


ไม่ทุกครั้ง นาน ๆ จึงค่อยรู้-แม่นบ่ ?


เฮาบ่ได้กำหนด-มันก็บ่ฮู้ แม่นบ่ ?


มีผู้ถามว่า‘พริบตา-รู้สึกไหม ?’ ว่าซั่น


รู้จักทันที-แม่นบ่ ?


นั่นแหละเพิ่นว่า‘สัญญา-ความหมายรู้จำได้’


มันมีอยู่แล้ว แต่เฮาหากบ่ฮู้จัก


สัญญาอันนี้-มันตาเฮาฮู้นี่เด๊


สัญญา-ญาพ่อว่า‘ความหมายรู้จำได้’


มันหายใจเข้า-หายใจออก รู้


อันนี้เด๊ สัญญา-ความหมายรู้จำได้…บ่แม่นสัญญาอยู่ภายนอกเด๊**


*แต่มันก็เป็นภายนอกคือกัน


เพราะคนมาว่าอยู่แต่เปลือกนอกนี้ บ่ได้ว่ากันถึงจิต-ถึงใจจักเทือ*…”


หลวงพ่อเทียน จิตฺตสุโภ

Archive