DM-0023 | ธรรมะประจำวัน 2022-07-29

“…‘สัญญา’ ความรู้จำได้


อันนี้จำเอา เพิ่นว่า‘รู้จัก-รู้จำ’


**อันรู้แจ้ง-รู้จริง เกิดมาจากธรรมชาติ-กฎของธรรมชาติ


เพิ่นเอิ้น‘สัญญา-ความหมายรู้จำได้’**


เช่น เฮานั่งอยู่เดี๋ยวนี้นี่-ถามเฮา บ่ได้ว่าเรื่องตาจักเทือ


(ถามว่า)ธาตุตาดีบ่ฮึ ?


มันเข้าใจโลด-เพิ่นว่า‘สัญญามาจากธรรมชาติ’


เพิ่นว่า**‘จิตใจของพระพุทธเจ้านั้น (คือ)จิตใจสะอาด-จิตใจสว่าง


จิตใจสงบ-จิตใจบริสุทธิ์-จิตใจว่องไว’ ว่าซั่น


เฮาก็สิเป็นคือกันนั้น-ถ้าเฮาเฮ็ด…จิตใจสะอาด**


อย่างญาติโยมมานั่งฟังหลวงพ่ออยู่เดี๋ยวนี้นี่


และเพื่อนพระสงฆ์ฟังแล้ว-*จิต(ใจ)อยู่ซื่อ ๆ


แต่หากไม่เคยเบิ่ง ว่าจิตใจของเจ้าของเป็นหยัง*


**(จิตใจซื่อ ๆ) อันนี้เอิ้น‘จิตใจสงบ’


เฮาสงบจังซี่ แปลว่าพระพุทธเจ้าน้อย ๆ มาอยู่นำเฮาแล้ว


เฮาก็บ่ฮู้จัก(ว่า)พระพุทธเจ้ามาอยู่นำเฮา**


บัดนี้เฮาสิเอาพระพุทธเจ้าในประเทศอินเดียพู้นมาไว้กับตัว


เอาสิบ่ได้-มันคนละคนกันนะ ให้เฮาเข้าใจอย่างนี้


**ถ้าหากเราถือศาสนาพุทธ ต้องมีปัญญา


พุทธศาสนาสอนเรื่องปัญญาเด๊


‘พุทธะ’จึงแปลว่าผู้รู้-ผู้ตื่น-ผู้เบิกบานด้วยธรรม** ว่าซั่น


‘ภาวนาพุท-โธ เอาพระพุทธเจ้ามาไว้หัวใจ’


เพิ่นสิมาได้เฮ็ดหยัง-พระพุทธเจ้า ?


**‘พุทธะ’แปลว่าผู้ตื่นนี่เด๊ โอ-ใจกูสงบเด๊


อย่างนั่งฟัง โอ-ความสงบเป็นจั่งซี่เนาะ


โอ-พระพุทธเจ้าน้อย ๆ เกิดขึ้นแล้วเด๊นี่


เฮาก็ฮู้จักว่าพระพุทธเจ้าอยู่นำเฮา**


บัดนี้**จิตใจเรามันนึก-มันคิด บัดนี้ก็ใจสว่างแล้ว


ครั้นมันมืดอยู่-มันก็สิบ่เห็นจิตใจเฮา มันต้องสว่างซี่-มันจึงเห็นนะ


เฮามองไปจังซี้ก็เห็นนะ-มันก็สิสว่าง


จิต(ใจ)สะอาด-บัดนี้มันก็บ่สกปรก**


ถ้าผ้าซักสะอาด มันก็น่าจับ-น่าดู เอามาเช็ดเนื้อ-เช็ดตัวเราก็ได้


ดังนั้น**มันอยู่ในเฮานี้ (อัน)จิตใจสะอาด-จิตใจสว่าง-จิตใจสงบ


อันจิตใจบริสุทธิ์นั่นนะ


เฮามีอันหนึ่ง ก็แสดงว่า(มี)พระพุทธเจ้าน้อย ๆ ขึ้นมาหาเฮาแล้ว


มี ๒ อันขึ้นมา ก็แสดงว่าพระพุทธเจ้าใหญ่ขึ้นมาแล้ว


มี ๓-๔ อย่าง ๕ อย่างเข้ามาครบอย่างพระพุทธเจ้า


ก็แปลว่าเฮาได้อยู่ใกล้พระพุทธเจ้าแล้ว** เพิ่นว่าจังซั่น


แล้ว*เฮาบ่เข้าใจจักเทือ-เรื่องจังซี่ ไปเข้าใจแต่เรื่องอื่น ๆ พู้นแน่ะ*


ไปไหว้ผีพู้น ไปดูฤกษ์-ดูยามพู้น อันนั้นศักดิ์สิทธิ์-อันนี้ศักดิ์สิทธิ์


ส่วน*ของดีที่มีอยู่ในตัวเฮา บ่มีคิดจักเทือ*


ดังนั้น**เพชรอยู่ในตัวเราแล้ว แต่หากเฮาบ่ฮู้จักว่าเอาเพชรไปใช้**


สมมติเอานี่-บ่มีเพชร ขเจ้าเอิ้นมีแร่-แร่มันอมเพชรอยู่


คนมีปัญญาจึงฮู้ว่าแร่บ่-นี้เพชรว่าซั่น


เอาแร่นั้นออกมา แล้วเจียระไนบ่


ว่าหยัง ? ญาพ่อบ่ฮู้จักเรื่องจังซี่


เอาไปเฮ็ดจังใดฮึ เอาไปถลุงหรือเฮ็ดจังใด ?


ถลุงเอาแร่ออกมา แล้วเอาเพชรมาขาย-ได้ราคาโลด


เฮาก็คือกัน **เฮาพิจารณาถึงจิต-ถึงใจเฮาแล้ว…เฮาก็สิบ่มีทุกข์


ทุกข์จึงว่าบ่มี**


พระพุทธเจ้าสอนว่า ‘มีแต่ทุกข์เท่านั้นเกิดขึ้น


มีแต่ทุกข์เท่านั้นตั้งอยู่ มีแต่ทุกข์เท่านั้นดับไป’ เพิ่นว่า


มันตั้งอยู่จังได๋ เพราะเฮาฮู้จัก ?


เพราะเฮาบ่ฮู้จักมันดับไป เฮาจึงโกรธกันเนี่ย


เฮาเอิ้นอารมณ์บ่ดีบ่ หรือว่าจิตใจขุ่นมัวบ่นี่ ?


*เฮาบ่ฮู้จัก เพราะจิตใจของเฮามันบ่สะอาดเด๊


จิตใจมันมืดตื้ออยู่พู้นเด๊ จิตใจมันสกปรกอยู้เด๊


จึงบ่เห็นจิต-บ่เห็นใจตัวเอง ใจเกิดขึ้นมา-เฮาก็บ่เห็น*


จนถ้ามันพอแฮงนี่ จึงฮู้ว่าอารมณ์บ่ดี-อันนี้


**‘ครั้นรู้ว่าอารมณ์บ่ดี-ก็ทิ้งซะ แล้วก็แล้ว-มันก็ซื่อ ๆ’**


มันเว้าเป็น จึงว่า**‘การพูด-การเว้านั้นนะ


ร้อยคำ-พันคำ-หมื่นคำ-แสนคำ-ล้านคำก็ตาม


สู้การกระทำให้มันรู้สึกตัวนิดเดียวบ่ได้’** เพิ่นว่า…”


หลวงพ่อเทียน จิตฺตสุโภ

Archive