DM-0022 | ธรรมะประจำวัน 2022-07-28

“…เวลานี้ ต้องการพูดเรื่อง‘ทานธรรม’


ทานธรรมที่ชนะทานทั้งปวง


**ขณะที่หลวงพ่อเดินกลับไป-กลับมา


มันปรากฏตัว รู้สึกเบาขึ้นมา


หลวงพ่อถอนผมออกจากหัว


ตอนนั้นยังเป็นโยมอยู่ ผมมันยาว


ถอนออกมาดู เห็นรากผมขาว ๆ ๓ ราก


ผมที่ถอนออกมาแล้ว เอาไปปลูกอีกไม่ได้


เอาใส่ลงไปที่เก่าไม่ได้


‘โอ! คำสอนทั้งหมดของพระพุทธเจ้า


๘๔,๐๐๐ พระธรรมขันธ์ รวมลงสู่จุดนี้นี่เอง’


ถ้าหากผู้ใดศึกษาจุดที่ถูกต้อง เห็นแล้ว-เข้าใจแล้ว


นั่นแหละ‘พระ’ ผู้มีชีวิตประเสริฐ-ราบรื่นที่สุด


เรียกว่า‘มั่นคงถาวร คงที่-ไม่เปลี่ยนแปลงอีก’


เนื้อแท้มันอยู่ตรงนี้ นิดเดียวเท่านั้นเอง


แต่ต้องมีวิธีการ


วิธีการนั้น ก็คือ


ให้ดูการเคลื่อนไหวของเราเอง ดูรูปกายนี้เสียก่อน


เมื่อเราดูรูปกายของเราอย่างแน่นอนชัดเจนดีแล้ว


จะเคลื่อนไหวโดยวิธีใด รู้ทุกอย่างแล้ว


ทีนี้ให้มาดูใจ


ใจมันคิดอย่างไร ก็ให้มันรู้เท่าทัน


ให้รู้จักกัน-รู้จักแก้ เอาชนะมันให้ได้


ตอนดูใจนั่นแหละ มันเป็นเอง


จับหลักนี้ได้แล้ว มันเป็นไปเอง


เปรียบเทียบเหมือนเราเดินทางถูกสาย เป็น‘สัมมาทิฏฐิ’


‘สัมมาทิฏฐิ’ แปลว่าเห็นถูกต้อง


เห็นถูกต้อง ไม่ใช่ไปเห็นอย่างอื่น


ทีแรกนั้นให้มันเห็นความคิดเสียก่อน จึงจะถูกต้อง


หรือละโทสะ-โมหะ-โลภะได้เสียก่อน จึงจะถูกต้อง


ถ้าเราไม่เห็นความคิด ไม่เห็นจิต-ไม่เห็นใจของเรา


มันก็ถูกต้องอยู่แต่เพียงคำพูด


แต่อาจจะไม่ถูกต้องทางพุทธศาสนาจริง ๆ**


อาจจะถูกต้องไม่ถึง ๕%


**ถ้าหากเห็นจิต-เห็นใจของเรา


คิดปุ๊บ-เห็นปุ๊บ ดับได้ทันที**


อย่างนี้ถูกต้องอย่างน้อย ๖๐% หรือ ๘๐%


**วิธีปฏิบัติอันนี้ รับรองว่าเป็นคำสอนของพระพุทธเจ้า


มันเป็นอย่างนั้นจริง ๆ


ไม่ใช่ตายแล้วจึงจะไปนิพพาน ‘นิพพาน’หมายถึงความไม่มีทุกข์**


อย่างพระสงฆ์-องค์เณรที่นั่งอยู่เดี๋ยวนี้


จิตใจของทุกคนเป็นอย่างไร ?


(พระตอบ) เฉย ๆ ครับ


ไปทำอะไรให้มัน ?


(พระตอบ) ไม่ได้ทำอะไรครับ


แน่ะ! เพราะ**สภาพมันเป็นอยู่อย่างนั้นตลอดมา


แล้วเมื่อใด-วันไหนเราจึงจะประพฤติปฏิบัติ


จะค้นหาให้มันพบ-ให้มันเห็น ?**


จะไปรอศาสดาที่ไหนมาทำให้เราได้ ?


พระพุทธเจ้าจึงตรัสว่า


**‘ทำเอง-รู้เอง-เห็นเอง-เข้าใจเอง


ทำอย่างเรานี้แล้ว จะรู้อย่างเรานี้’


อันเป็นจิตว่าง หรืออุเบกขาสูงสุดนั่นแหละ


ไม่ต้องไปทำอะไรให้มัน มันเป็นอย่างนั้นอยู่ตลอดมา


แต่คนเราไม่เคยสนใจชีวิต-จิตใจของเรา**


เกิดมา ก็ไปมองว่าคนนั้นดี-คนนั้นไม่ดี


คนนั้นงาม-คนนี้สวย คนนั้นจน-คนนี้รวย


เราไปมองแต่อย่างนั้น


*เราไม่ได้มามองตัวเราเอง เราไม่มาแก้ตัวเราเอง


เมื่อไม่มามองตัวเรา แล้วจะเห็นตัวเราได้อย่างไร ?


ร่างกายนี้ เห็นกันได้อยู่


ส่วนจิตใจที่มันคิด ไม่เป็นตน-เป็นตัวนั้น


มันมองไม่เห็นด้วยสายตา มันเห็นยาก*


ดังนั้น **พระธรรมคำสอนของพระพุทธเจ้านั้น


จะว่าง่าย-ก็ง่ายที่สุด จะว่ายาก-ก็ยากที่สุด


ยากสำหรับบุคคลที่ไม่เข้าใจ


สบายที่สุดกับคนที่สนใจ**”


หลวงพ่อเทียน จิตฺตสุโภ

Archive