DM-0021 | ธรรมะประจำวัน 2022-07-27

“…พูดถึงวิธีปฏิบัติที่หลวงพ่อพูดให้ฟังนี้ มันไม่ยาก


อย่างในตำราท่านบอกว่า ‘ผู้ใดที่เจริญสติปัฏฐาน ๔ ถูกต้อง


ติดต่อกันเหมือนลูกโซ่


อย่างนานไม่เกิน ๗ ปี


อย่างกลาง ๗ เดือน


อย่างไวที่สุดตั้งแต่ ๑ วัน หรือถึง ๑๕ วัน


มีอานิสงส์ ๒ ประการ


๑.) เป็นพระอรหันต์ในปัจจุบันภพนี้


๒.) ถ้าหากไม่เป็นพระอรหันต์


อย่างน้อยก็เป็นพระอนาคามีในปัจจุบันภพ แน่นอนที่สุด’


หลวงพ่อรับรองคำสอนของพระพุทธเจ้า


แต่ที่กล่าวว่า ๗ ปีนั้น จะเป็นพระพุทธเจ้าตรัส-หรือใครพูด ?


หลวงพ่อไม่รู้


สำหรับหลวงพ่อนั้น


**‘ถ้าหากผู้ใดเจริญสติปัฏฐาน ๔


หรือกำหนดการเคลื่อนไหวทุก ๆ อิริยาบถ


ให้ติดต่อกันอยู่ทุกระยะ-ทุกเวลา


เป็นมื้อ-เป็นวัน เป็นปี-เป็นเดือนก็ได้


ถ้าทำติดต่อกันทุก ๆ วัน เว้นเฉพาะนอนหลับเท่านั้น


เวลาเข้าห้องน้ำ-ห้องส้วมก็ต้องทำ ทำอะไร-ก็ต้องกำหนด


เอ้า! อย่างนานให้เวลา ๓ ปี รับรองได้


ไม่ต้องเป็นพระอรหันต์ ไม่ต้องเป็นพระอนาคามี


ทุกข์จะลดน้อยลงไป’


ทุกข์ลดน้อยลงไปเพราะอะไร ?


เพราะเรารู้เวลามันเคลื่อนไหว


ความคิดที่จะไปลักของคนอื่น-ไปด่าคนอื่น-คิดอิจฉาคนนั้น


มันไม่ปรากฏ


นี่แปลว่า‘ดับทุกข์ได้ส่วนหนึ่ง’**


โทสะ-โมหะ-โลภะเป็นขั้นแรก จำไว้ให้ดี


ส่วนเรื่องรูป-นามนั้นไม่พูดก็ได้ มันจะรู้เอง


สมมติว่าเรามีโทสะ-โมหะ-โลภะอยู่ ๑๐๐%


เมื่อเราเห็นความคิด-เห็นสมุฏฐานของมันแล้ว


อย่างน้อยที่สุด หลวงพ่อว่า&มันกระเด็นไปทันทีอย่างน้อย ๖๐%


เบาบางไปทันที ถ้ามีสติปัญญาเข้าไปเห็นแล้ว


มันก็เหมือนกับควายตัวเล็กกับควายตัวใหญ่ไล่กันนั่นแหละ


มันหนีกันทันที


แต่ความจริง หลวงพ่อเห็นและเข้าใจทีแรกนั้น


หลวงพ่อเข้าใจว่ามันหนีไป ๘๐% ก็เลยรู้ว่า‘เอ-เราเป็นพระได้แล้ว


อ๋อ! **ความเป็นพระมันอยู่ตรงนี้เอง’**


นี่แหละที่ท่านพูดว่า


‘ดูผู้หญิงไม่เป็นผู้หญิง ดูผู้ชายไม่เป็นผู้ชาย’


นั่นมันเป็นคำพูดเฉย ๆ


เพราะเพศหญิง-ก็ต้องเป็นเพศหญิง เพศชาย-ก็ต้องเป็นเพศชาย


ต้องเป็นอย่างนั้นตลอดเวลา เป็นอย่างไหน-ก็ต้องเป็นอย่างนั้น


แต่การเป็นพระนี้ เป็นได้เหมือนกัน


ผู้หญิงก็เป็นได้-ผู้ชายก็เป็นได้ เป็นได้ที่ตรงนี้


เป็นได้ เพราะเห็นสมุฏฐาน-ต้นเหตุแห่งความคิด


เรียกว่า‘เห็นวัตถุ-ปรมัตถ์-อาการ’


**เมื่อเห็นอันนี้แล้ว โทสะ-โมหะ-โลภะก็ลดน้อยลงไป


เพราะไม่ไปยึดมั่นสิ่งนั้น**


ช่วงนั้นเป็นตอนเย็น หลวงพ่อก็ทำงานไปอีก


(เดินจงกรม-สร้างจังหวะ)


เลยเข้าใจเรื่องกิเลส-ตัณหา-อุปาทาน-กรรม


โอ! ความไม่ยึดมั่นถือมั่น ความเห็นแจ้ง-รู้จริง ความเป็นพระ


เกิดขึ้นมาอีกเป็นครั้งที่ ๒ ดังปรากฏในบทสวดมนต์


แปลว่า**‘คู่แห่งบุรุษ ๔ คู่ นับเรียงตัวบุรุษได้ ๘ บุรุษ


นั่นแหละสงฆ์สาวกของพระผู้มีพระภาคเจ้า’


แล้วพวกเรารู้จักบุรุษเหล่านั้นหรือยัง ?**


ที่พูดให้ฟังนี้ คิดให้มันดี


ครั้งที่พระพุทธเจ้าตรัสรู้ใหม่ ๆ


มีอุปกาชีวกผู้หนึ่งแสวงหาพระพุทธเจ้าอยู่


แต่เมื่อไปพบพระพุทธเจ้าจริง ๆ **ทำไมจึงไม่รู้จักพระพุทธเจ้า ?


ก็เพราะไม่มีคุณธรรมอย่างพระพุทธเจ้า


จึงบูชาพระพุทธเจ้าไม่ถูก ทานธรรมอย่างพระพุทธเจ้าไม่เป็น


ทานธรรมอย่างพระพุทธเจ้านั้น ท่านไม่ได้หยิบยื่นให้


เพียงแต่แนะนำวิธี ‘ให้ปฏิบัติอย่างนั้น-มันต้องเป็นอย่างนี้’


ดับเชื้อ-ดับโรคได้จริง ๆ แต่ไม่ใช่โรคภัยไข้เจ็บ


ดับโรค(โลก) คือไม่ต้องเกิด-ไม่ต้องตายอีก**…”


หลวงพ่อเทียน จิตฺตสุโภ

Archive