DM-0020 | ธรรมะประจำวัน 2022-07-26

“…พระพุทธเจ้าท่านสอน


‘ให้เรามีสติ เจริญสติให้เป็นสติปัฏฐาน ๔ คือ


◎ กายานุปัสสนา-ให้มีสติเข้าไปดูกายในกาย


◎ เวทนานุปัสสนา-ให้มีสติเข้าไปดูเวทนาในเวทนา


◎ จิตตานุปัสสนา-ให้มีสติเข้าไปดูจิตในจิต


◎ ธรรมานุปัสสนา-ให้มีสติเข้าไปดูธรรมในธรรม’


‘ธรรมในธรรม’ นั้นเป็นอย่างไร ?


บางคนว่า ‘ต้องเห็นแสง-สี ผี-เทวดา


หรือลูกแก้วลอยเข้ามาหาเรา’


และว่านั้นเป็นธรรมะ


อันนั้นก็จริงอยู่ หลวงพ่อไม่ได้ปฏิเสธ


แต่ก็ถือว่าบุคคลนั้นไม่ได้เห็นจิต-เห็นใจตนเอง


ไม่เห็นการทำ-การพูด-การคิดของตัวเอง


**‘เห็นธรรม’ ต้องเห็นกำลังทำ


ทำการทำงาน-กำลังพูดกำลังคุย-กำลังคิด


นี่แหละธรรมะ มีอยู่ในคนทุกคน-ไม่ยกเว้น


จะเป็นคนไทย-คนจีน-คนฝรั่ง-คนอังกฤษ มีเหมือนกันหมด**


ต่างกันแต่ภาษาพูดเท่านั้น


นอกจากนี้ ท่านยังสอน


**‘ให้มีสติกำหนดรู้ในอิริยาบถทั้ง ๔ คือ


ยืน-เดิน-นั่ง-นอน ให้มีสติเข้าไปกำหนดรู้’


เพื่ออะไร ?


เพื่อให้เรารู้ต้นเหต-ุสมุฏฐานของทุกข์**


แต่สอนถึงขนาดนั้นแล้ว


บางคนผู้ไม่มีปัญญาดี ก็ยังต้องสอนย้ำเข้าไปอีกว่า


**‘ให้มีสติเข้าไปกำหนดรู้ในอิริยาบถย่อย’


เช่น คู้-เหยียด เคลื่อนไหว กะพริบตา หายใจ นึกคิด


การกะพริบตา-หายใจ-เคลื่อนไหวนี้ คน(อื่น)มองเห็นได้


ส่วนความคิดนั้น คน(อื่น)มองไม่เห็น


น้อยคนที่สุดจะมองเห็นความคิดตัวเอง


การศึกษาธรรมะนั้น พระพุทธเจ้าท่านตรัสว่า‘ไม่มีใครทำให้’


ท่านตรัสรู้ ก็เพราะการกระทำทางจิต-ทางใจ


เราได้ทำแล้วหรือยัง ? ทำอย่างไร-ทำวิธีใด ?**


อย่างหลวงพ่อเอง


ตั้งแต่ออกจากท้องแม่มา ไม่เคยรู้จักความคิดของตัวเอง


มันเกิดขึ้นขณะใด-เวลาใด และโดยวิธีใด ?


ไม่เคยรู้จัก


นอนกลางคืน ฝันจนเป็นเรื่องเป็นราว-จึงจะรู้ว่าฝันไป


แสดงว่าเรายังไม่เข้าใจหลักพุทธศาสนา


ทำบุญ-ให้ทาน รักษาศีล-ทำกรรมฐาน


ทั้งหมด(นี้หลวงพ่อ)ทำมาแล้ว แต่ก็ยังไม่รู้จักเรื่องศีล


นี่แสดงว่ายังไม่ได้ทานธรรม ยังไม่ได้บูชาพระพุทธเจ้า


จนอายุ ๔๖ ปี **ได้มาฝึกตัวเอง


คอยดูการเคลื่อนไหวของตัวเองตลอดเวลา


เกิดรู้-เห็นความคิด


มันเกิดขึ้นมาปุ๊บ-เห็นปั๊บ** เหมือนแมวกับหนู


พอหนูออกมา แมวไม่เคยกลัวหนู


(แมว)มันกระโดดจับ(หนู)ทันที


หนูมันตกใจช็อกตาย แมวกินหนูจึงไม่มีเลือด


เข้าใจว่าหนูมันตกใจสุดขีด เลือดมันอาจจะแข็งตัวทันที


ฉะนั้น **ความคิดของเราก็เหมือนกัน


เมื่อเรามีสติ-มีสมาธิ-มีปัญญา


คอยคุมกาย-วาจา-ใจของเราอยู่


มันคิดขึ้นมา ก็ต้องรู้-ต้องเห็น-ต้องเข้าใจ


คนอื่นนั้นจะรู้-จะเห็น-จะเข้าใจแทนเราไม่ได้


สิ่งนี้จึงหยิบยื่นให้กันหรือไม่ให้กัน-ไม่ได้


เราเองเข้าใจว่าเราเป็นชาวพุทธ


เป็นญาติธรรมของพระพุทธเจ้า หรือเป็นสาวก


ถ้าหากเราไม่เข้าใจการกระทำของเราแล้ว


มันก็ไกลกันกับที่เราพูด เราบอก-เราสอนกันอยู่ทุกวันนี้**…”


หลวงพ่อเทียน จิตฺตสุโภ

Archive