DM-0017 | ธรรมะประจำวัน 2022-07-23

“…ดอกไม้เอามาบูชาพระพุทธรูปนี้


ธูปเอามาบูชาพระพุทธรูปนี้


เทียน-มื้อสวยก็ไต้(ตอนสายก็จุด) ญาพ่อเคยเห็นมาแล้ว


คนไปเอาบุญไต้เทียน ไต้เพื่อหยัง ?-บ่ฮู้จัก


อันนั้นแสดงว่าเฮ็ดตามเขาซื่อ ๆ


เจ้าของบ่ได้ใช้สติปัญญา เพราะปัญญาวิปัสสนาบ่เกิด


เทียน ๒ เล่ม จุดลงไป-หมายถึงตา ๒ ตานี้ มองให้เห็น


บ่จุดก็ได้-เทียน มื้อสวยจังซี่มันแจ้ง-ให้เข้าใจจังซั่น


ถ้าหากอยู่ที่มืด ก็ควรจุด


ไต้ไฟแล้ว เดินไป-มาสบาย…เพิ่นว่า


เทียน ๒ เล่ม…ก็หมายถึงตา๒ ตา-หู ๒ หูนี้ ฟังให้เป็น


เพิ่นว่าจังซั่น แต่เฮาบ่เข้าใจ


ก็เลยไปเฮ็ดตามพ่อ-ตามแม่ ตามปู่-ตามย่า


ปู่-ตา-ย่า-ยายเฮ็ดมาหลายชั่วคนแล้ว


*เมื่อใดเราสิมาปลดเปลื้อง เมื่อใดเฮาสิมาหงายของที่คว่ำนี้ขึ้นมา


เมื่อใดเฮาสิมามายเกลียวนี้ออกจากแหวนอันนี้ ?


นอตอันนี้ขันแน่นเข้าทุกมื้อ บ่มีผู้ใดมาเปิดจักเทือ-ของที่คว่ำหน้าไว้


แล้วเฮาสิเฮ็ดจังใด๋อยู่พอปานนี้*


ดังนั้น**การถือพุทธศาสนา ต้องพิจารณา


อย่าไปเชื่อคนที่บ่มีเหตุ-บ่มีผลว่า


แม่นสิยกพระไตรปิฎกมาก็ตาม-ชั่ง ญาพ่อบัดนี้


แต่ก่อนญาพ่อเชื่อ


พระพุทธเจ้าสอนแต่เรื่องให้เฮามีปัญญาแก้ทุกข์เท่านั้นเอง


ให้เฮามีปัญญาแก้ทุกข์ได้จริง ๆ


ถ้าหากเฮาบูชาดอกไม้ รับศีลอยู่ทุกเช้า-ทุกเย็นก็ตาม…ชั่ง


ถ้าหากเฮายังโง่-ยังทุกข์อยู่ บ่แม่นเด้-อันนั้นบ่แม่นแท้ ๆ เด้**


พระพุทธเจ้าตรัสกับพระวักกลิแล้วเด้


**‘ผู้ใดเห็นธรรม-ผู้นั้นเห็นเรา’ ว่าซั่น


‘ผู้ใดไม่เห็นธรรม-ผู้นั้นไม่เห็นเรา’ ว่าซั่น


‘จะจับชายจีวรอยู่-ก็ไม่เห็นเราเลย เพราะไม่เห็นธรรม’ ว่าซั่น


เพิ่นว่า‘ยังห่างไกลจากคำสอนของพระพุทธเจ้ามากที่สุดเด้


ถ้าหากยังแก้ทุกข์นี้บ่ได้ บ่มีปัญญารู้’**


ถ้าหากเฮาไม่เข้าวัดก็ตาม-ชั่ง บ่รักษาศีลก็ตาม


แต่**เฮาฮู้จักแก้ปัญหาตัวเองได้ เพิ่นว่า‘เข้าใกล้พระพุทธศาสนาเด้’


เพิ่นว่า‘เข้าใกล้พระพุทธเจ้าเด้’**


ดังนั้นเพิ่นถึงมีไว้ กฎหมายก็มีไว้-วินัยก็มีไว้


กันคนบ่มีธรรมะ กันคนโง่ ๆ เท่านั้นเอง


เทียน ๒ เล่ม หมายถึงตา ๒ ตา


เทียน ๒ เล่ม หมายถึงหู ๒ หู…นี่ฟังให้เป็น


ธูป ๓ ดอก หมายถึงกาย-วาจา-และใจนี้


ถ้ากายทำบ่ดี-คำปากนี้พูดบ่ดี-ใจคิดบ่ดี มันเหม็น…เพิ่นว่าจังซั่น


ถ้ากายนี้ทำดี บัดนี้คำปาก-คำเว้าพูดดี ๆ


ใจคิดแต่ดี…มันหอม-เพิ่นว่าจังวั่น


เอาธูปมาจุด ๓ เล่ม เนี่ยให้เฮาพิจารณาหาของจริง


ถ้าหากเฮาบ่พิจารณาหาของจริงแล้ว


ก็สิทำผิดไว้ให้ลูก-ทำผิดไว้ให้หลาน เป็นโรคเรื้อรังอยู่จังซี่แหละ


เพิ่นว่า ‘ทำดีไว้ให้ลูก-ทำถูกไว้ให้หลาน’


ลูกหลานเฮาจะเห็น-จะรู้-จะเอาไปปฏิบัติ ขเจ้าก็สิเข้าใจโลด


พ่อ-แม่ ปู่-ย่า ตา-ทวดว่าจังซั่น แต่บ่ใช่ว่าให้เลิกเด้


อันนั้นก็ได้-เฮ็ดไปนั่นแหละ เฮ็ดเพื่อคนบ่ฮู้จัก


ลองเบิ่ง แม้อย่างญาติโยมที่มามื้อนี้ก็ได้


ลูกหลานมาแล้วก็พาเขาจุดเทียน ‘หมายถึงตา ๒ ตานะหลานนะ


หมายถึงหู ๒ หูเด้อ-เทียน ๒ เล่มนี่’ บอกเขาจังซี่-เขาฮู้จักโลด


ธูป ๓ ดอกนี้จุดลงไปแล้ว หมายถึงทำดี-พูดดี-คิดดีนะ


บอกเขาจังซี่ เขาก็ฮู้จัก-จำได้…”


หลวงพ่อเทียน จิตฺตสุโภ

Archive