DM-0008 | ธรรมะประจำวัน 2022-07-14

“…ต่อไปจะพูดถึงธรรมที่พระพุทธเจ้าท่านให้งดเว้น


ซึ่งเรียนในหนังสือนวโกวาท


จะพูดเพียงสั้น ๆ คือ


‘ให้งดเว้นจากการเสพเมถุน ๑’


พูดตามภาษาบ้านเราเรียกว่า


‘ห้ามผู้หญิง-ผู้ชายเสพเมถุน’


‘ให้งดเว้นจาการลักของเขา ๑


คือ ห้ามลักเงิน-ลักทอง ลักเสื้อผ้า


(ลักของ)ราคา ๕ มาสก’


มาสกหนึ่ง ก็เท่ากับ ๒๕ สตางค์


‘ให้งดเว้นจากการฆ่าสัตว์ ๑


คือ ห้ามฆ่ามนุษย์นอกครรภ์-ในครรภ’


จะโดยวิธีใดก็ตาม ท่านห้าม


และ‘ให้งดเว้นจากการอวดอุตริมนุสสธรรม


คือ ธรรมอันยิ่งของมนุษย์ที่ไม่มีในตน อีก ๑’


อันนี้ท่านห้าม


*(สิ่งเหล่านี้)จริงโดยสมมติ


ถ้าเรารู้จักสมมติอันนี้แล้ว อยู่กับสังคมก็ไม่เดือดร้อน


แต่ถ้าไม่รู้จัก อยู่กับสังคมก็เดือดร้อน*


ตัวหลวงพ่อรู้จักจริง ๆ


รู้มาจากกฎของธรรมชาติจริง ๆ


เสพเมถุนนั้น เขาว่า‘อะเสวะนา จะ พาลานัง’


อยู่กับคนชั่ว อยู่กับคนพาล คนกินเหล้า-เมาสุรา


(คน)ทำเสเพล-ผิดกฎหมายบ้านเมือง


อันนั้นคนพาลภายนอก


เราหลีกได้-เรางดได้ เพราะรู้สมมติแล้ว


(แต่)**คนพาลภายในอยู่ไหน ?


(คนพาลภายใน คือ) ตัว(ความ)คิดนั้นเอง


‘เสพ’ตัวนี้ หมายถึงเสพอยู่กับโทสะ-โมหะ-โลภะ


เสพอยู่กับกิเลส-ตัณหา-อุปาทาน


นี่แหละเรียกว่า ฝ‘เสพเมถุน’


อย่าอยู่กับพวกนี้**


ลักของเขาอีก ๑ นั้น คือ


ไปจำเอาคำพูดของคนนั้น-คนนี้มาเที่ยวเทศน์-เที่ยวสอน


ตัวเองก็ไม่รู้


อันนี้แหละเรียกว่า ลักคำพูดของพระพุทธเจ้าไปพูด


พระพุทธเจ้าท่านสอนให้งดเว้น(การ)ฆ่าสัตว์


โดยเฉพาะฆ่ามนุษย์นั้นผิดกฎหมายบ้านเมืองอยู่แล้ว


แต่**ฆ่าสัตว์ในที่นี้ หมายถึงสัจจะ


คือฆ่าสัจจะ ทำลายสัจจะ


ซึ่งได้แก่ ของจริงที่มีอยู่ในตัวเรานี้เอง


เมื่อใด ? วันใด ? ปีใด ?


ที่เราจะมาประพฤติปฏิบัติให้มันเกิดมรรค-เกิดผล


ให้มันมีศรัทธาเกิดขึ้นมาในจิต-ในใจของเรา


เมื่อใดเราจึงจะทำ ?**


เราเคยได้ยินบทกรวดน้ำว่า


‘สัตว์ทั้งหลาย จงมีส่วนแห่งบุญที่ข้าพเจ้าได้ทำไว้แล้วในบัดนี้’


**การขอมีส่วนแห่งบุญที่พระพุทธเจ้าทำไว้แล้วนั้น


ขอแบ่งกันไม่ได้


(แต่)มีส่วนที่จะทำได้ มีส่วนที่จะปฏิบัติได้


ก็คือ ถ้าทำอย่างพระพุทธเจ้า


ก็จะรู้ได้-เห็นได้-เข้าใจได้ เหมือนกันกับพระพุทธเจ้า


ถ้าทำผิดแล้ว-ก็ต้องไกลออกไป** เป็นอย่างนั้น


**อวดอุตริมนุสสธรรม


คือ ไม่รู้อย่างท่าน-ไม่เป็นอย่างท่าน


แล้วอ้างว่ารู้-ว่าเป็น**


ตอนที่หลวงพ่อรู้เรื่องนี้ (เป็นตอน)เช้า…”


หลวงพ่อเทียน จิตฺตสุโภ

Archive