DM-0006 | ธรรมะประจำวัน 2022-07-12

“…(เมื่อเอาสติมาดูความคิด


มันคิด รู้-เห็น-เข้าใจ-สัมผัสได้แล้ว)


ให้เราเห็นวัตถุ-เห็นปรมัตถ์-เห็นอาการ


‘วัตถุ’ หมายถึงของที่มีในโลก


ทุกสิ่งทุกอย่างในตัวคนและจิตใจของคนและสัตว์


‘ปรมัตถ์’ หมายถึงของที่มีอยู่จริง


กำลังเห็นอยู่-เป็นอยู่เฉพาะหน้า สัมผัสได้ด้วยใจ


‘อาการ’ หมายถึงการเปลี่ยนแปลง


สมมติ-น้ำสีเต็มกระป๋อง เดิมคุณภาพดี ๑๐๐%


ถ้าเอาไปย้อมผ้า มันจะติดเนื้อผ้าไป ๑๐๐%


**เมื่อเรารู้-เราเห็น-สัมผัสได้ทางจิตใจ


น้ำสีปริมาณเต็มกระป๋องเหมือนเดิม แต่คุณภาพเสื่อมไปแล้ว


เอาไปย้อมผ้า จะไม่ติดเนื้อผ้าอีกเลย


อันนี้ต้องเห็น-ต้องรู้จริง ๆ**


แล้วเห็นโทสะ-โมหะ-โลภะ


แล้วให้เห็นเวทนา-เห็นสัญญา-เห็นสังขาร-เห็นวิญญาณ


เห็น-รู้-สัมผัสได้ เข้าใจจริง ๆ เรื่องนี้-ไม่ต้องสงสัย


ตอนนี้จะเป็นปีติเพียงเล็กน้อย


**ปีติจึงเป็นอุปสรรคในการปฏิบัติธรรมเบื้องสูง


เราไม่ต้องข้องแวะกับปีตินั้น เราต้องมาดูความคิด**


นี้เป็นอารมณ์ปรมัตถ์ขั้นต้น


ของการเจริญสติแบบนี้ของผู้มีปัญญา


**ให้ดูความคิดต่อไป**


มันจะปรากฏมีความรู้-หรือญาณ-หรือปัญญาญาณเกิดขึ้น


เห็น-รู้-เข้าใจกิเลส-ตัณหา-อุปาทาน-กรรม’


ฉะนั้น **ความยึดมั่นถือมั่นจะจืดลง-คลายลง-จางลง


เหมือนกับน้ำสีที่ไม่มีคุณภาพ ย้อมผ้าจะไม่ติด


ก็จะเป็นปีติขึ้นมาอีก ไม่ต้องข้องแวะกับปีตินั้น


ให้ถอนความพอใจและความไม่พอใจออกเสีย**


**ให้ดูความคิดต่อไป ดูจิตใจที่กำลังนึกคิดอยู่**


มันจะมีญาณชนิดหนึ่งปรากฏเกิดขึ้น


เห็น-รู้-เข้าใจศีล ศีลขันธ์-สมาธิขันธ์-ปัญญาขันธ์


หรือ อธิศีลสิกขา-อธิจิตตสิกขา-อธิปัญญาสิกขา


‘ขันธ์’ แปลว่ารองรับ-หรือต่อสู้


‘สิกขา’ แปลว่าบดให้ละเอียด-หรือถลุงให้หายไป


ศีล จึงเป็นเครื่องกำจัดกิเลสอย่างหยาบ


กิเลสอย่างหยาบ คือ โทสะ-โมหะ-โลภะ นี่เอง


(รวมถึง)กิเลส-ตัณหา-อุปาทาน-กรรม


**เมื่อโทสะ-โมหะ-โลภะ


กิเลส-ตัณหา-อุปาทาน-กรรม จืดจางคลายไปแล้ว


ศีลจึงปรากฏ**


สมาธิ เป็นเครื่องกำจัดกิเลสอย่างกลาง


กิเลสอย่างกลาง คือความสงบ


คือเห็น-รู้-เข้าใจ จำพวกกามาสวะ-ภวาสวะ-อวิชชาสวะ


เพราะกิเลสเหล่านี้เป็นกิเลสอย่างกลาง ทำให้จิตใจสงบ


อันนี้เป็นอารมณ์หนึ่งของการเจริญสติแบบนี้


เมื่อรู้อย่างนี้-เห็นอย่างนี้


มันจะไปรู้การให้ทาน-รักษาศีล-ทำกรรมฐานอีกด้วย


ทุกแง่-ทุกมุม…”


หลวงพ่อเทียน จิตฺตสุโภ

Archive