DM-0004 | ธรรมะประจำวัน 2022-07-10

“…เมื่อรู้อย่างนี้แล้ว (รู้กิเลส-ตัณหา-อุปาทาน-กรรม)


หลวงพ่อก็มาเดินจงกรมกลับไป-กลับมา


ง่วงนอนก็นอน ถึงเวลาตื่นก็ตื่น


พอตื่นขึ้นมา


หลวงพ่อทำตัวเงียบ ๆ ไม่ให้รบกวนผู้อื่น


แม้ว่าจะอยู่ในระยะไกลกันก็ตาม


**ตื่นขึ้นมาแล้ว ก็ทำตัวเอง-ปฏิบัติตัวเอง


ดูจิตใจตัวเองอยู่อย่างนั้นแหละ ทำไป ๆ


หลวงพ่อก็เกิดความรู้ขึ้นมา ตั้งแต่วันนั้นจนถึงบัดนี้


หลวงพ่อว่า ‘ความทุกข์ของหลวงพ่อไม่มี’**


ใครจะว่าหลวงพ่อมีทุกข์ก็ตาม


หลวงพ่อไม่ได้ไปถือคำพูดของคนอื่น


เขาจะว่าเราทุกข์ แต่**เราไม่ทุกข์-เรารู้ตัวเอง


คนอื่นจะรู้เราไม่ได้**


ผีก็รู้เราไม่ได้ เทวดาก็รู้เราไม่ได้


พระพุทธเจ้าก็คือคนธรรมดานี่เอง


ท่านยังตรัสว่า**‘สัตว์ทั้งหลายเหมือนตถาคต’


คนไม่มีปัญญาฟัง-อาจไม่รู้ คนมีปัญญาฟัง-อาจจะรู้ได้


เพราะว่าสัตว์ทั้งหลาย คนทั้งหลายที่เกิดมานี้


มีลักษณะสัณฐาน-รูปร่างอย่างเดียวกันหมด


และพระพุทธเจ้าก็เป็นมนุษย์ธรรมดา


เมื่อยังไม่รู้ ท่านก็เสาะแสวงหาวิธีแก้ปัญหาของตัวเอง


เมื่อได้พบ-ได้เห็น-ได้รู้ หรือแสวงหาตัวเองได้แล้ว


ก็เลยได้เป็นพระพุทธเจ้า เป็นตถาคต


ท่านจึงตรัสว่า‘สัตว์ทั้งหลายเหมือนกับเราตถาคต’


ที่ว่าเหมือนนั้น คือ มีความทุกข์เหมือนกัน เมื่อยังไม่รู้จัก


ถ้ารู้จักแล้ว ความไม่ทุกข์ก็มีเท่าพระพุทธเจ้า


แต่สติปัญญานั้น พระพุทธเจ้าท่านเป็นยอด


เป็นยอดที่เป็นผู้ริเริ่ม-ดำริฝึกฝนอบรม เอามาสอนเรา


ให้เรารู้ตาม-เห็นตาม-เข้าใจตาม**


เรียกว่า‘เราเป็นสาวกของพระพุทธเจ้า’


เป็นธรรมทายาท หรือเป็นญาติในธรรม


**พระพุทธเจ้าท่านตรัสรู้ เพราะการฝึกฝนตนเอง


ท่านรู้ของท่านเอง ไม่มีผู้ใดเอามาแบ่งให้


หรืออย่างที่หลวงพ่อพูดนี้ก็เหมือนกัน


เราจะจับยื่นให้พี่-น้องไม่ได้


มีแต่เพียงวิธี แนะนำวิธีปฏิบัติ


ให้เอาไปปฏิบัติเอง ให้ทำเอาเอง


ให้มันเกิดขึ้นมาจากกฎธรรมชาติจริง ๆ จึงจะพึ่งได้**


ที่พูดให้ฟังนี้ ผู้มีปัญญาจะนำเอาไปปฏิบัติทันที


ค่อยแก้-ค่อยไขตัวเองไป


ส่วนคนที่สติปัญญายังไม่พอ


ก็ต้องเจริญสติแบบที่พระพุทธเจ้าสอน


คือ **ให้มีสติเข้าไปกำหนดรู้ทุกอิริยาบถ-ให้รู้จริง ๆ


เรื่องนี้ไม่ผิดพลาด เพราะมันมีในคนทุกคน**…”


หลวงพ่อเทียน จิตฺตสุโภ

Archive