ชื่อว่าแนวความฮู้ศีลธรรมพระเจ้าใหญ่ ดันแม่นเฮียนได้แล้ว ปานแก้วแก่นมโน

 ชื่อว่าแนวความฮู้ศีลธรรมพระเจ้าใหญ่ ดันแม่นเฮียนได้แล้ว ปานแก้วแก่นมโน


ชื่อว่าแนวความฮู้ศีลธรรมพระเจ้าใหญ่

(ความรู้ในศีลธรรมของพระพุทธองค์นั้นยิ่งใหญ่ยิ่งนัก)

ดันแม่นเฮียนได้แล้ว ปานแก้วแก่นมโน

(หากเรียนรู้เข้าถึงแล้ว เปรียบดั่งแก้วอันประเสริฐในใจ)

ผญาบทนี้

ไม่ได้เพียงยกย่องธรรมะ

แต่ชี้ให้เห็นว่า

ธรรมะมีค่า…ก็ต่อเมื่อ “เข้าถึง”

ไม่ใช่เพียงรู้จำ

ไม่ใช่เพียงพูดได้

ไม่ใช่เพียงเรียนจบ

แต่ต้องผ่าน

ปริยัติ (เรียนรู้)

ปฏิบัติ (ลงมือทำ)

ปฏิเวธ (รู้แจ้งจริง)

เมื่อใครก็ตาม

รู้แจ้งในอริยสัจ ๔

รู้ทุกข์

รู้เหตุแห่งทุกข์

รู้ความดับ

รู้ทางดับ

สิ่งที่ได้

ไม่ใช่แค่ความรู้

แต่คือ “การตื่น”

จากที่เคยฝัน

ก็ลืมตาขึ้น

จึงมีคำกล่าวว่า

“รู้สิ่งใด ไม่สู้รู้แจ้งทุกข์”

เพราะตราบใดที่ยังไม่รู้ทุกข์

ชีวิตก็ยังวน

รัก

โลภ

โกรธ

หลง

เหมือนคนที่ยังหลับ

แล้วฝันซ้ำ ๆ ไม่รู้จบ

แต่เมื่อเห็นตามความจริงว่า

ไม่ใช่เขา

ไม่ใช่เรา

ไม่ใช่ของเรา

ขันธ์ห้าทั้งหมด

เป็นเพียงกระบวนการธรรมชาติ

จิตจะคลาย

อวิชชาจะเปิดออก

ผญาจึงเปรียบว่า

เหมือนได้ “แก้วแก่นมโน”

แก้วที่ไม่ใช่ของภายนอก

แต่เป็น “แสงสว่างในใจ”

เมื่อมีแล้ว

ไม่ต้องแสวงหาอะไรอีก

ธรรมะของพระพุทธองค์

จึงไม่ใช่เพียงคำสอน

แต่เป็น “ของจริง”

ที่พิสูจน์ได้ด้วยการปฏิบัติ

และเมื่อเข้าถึงแล้ว

จะรู้ด้วยตนเองว่า

สิ่งที่ตามหามาทั้งชีวิต

ไม่ได้อยู่ที่ไหนไกล

แต่อยู่ที่

การรู้แจ้งในจิตนี้เอง

ด้วยความรู้สึกตัว

🌱

Archive