สังขารของผู้คนนี้
มิใช่เพียงกองธาตุอันหนักอึ้งที่แบกความเกิดแก่เจ็บตายเอาไว้เท่านั้น
หากยังเป็นดั่ง “แพวิเศษ”
สำหรับข้ามห้วงมหาสมุทรแห่งความหลงของโลกมนุษย์
ภายในกายอันเปราะบางนี้เอง
ซ่อนความลับของฟ้าดินเอาไว้ทั้งหมด
ทั้งนรก สวรรค์ ความทุกข์ ความหลุดพ้น
ล้วนมิได้อยู่ไกลเกินตัว
แต่อยู่ในกาย วาจา ใจ ที่กำลังเคลื่อนไหวอยู่ทุกขณะ
หลวงพ่อเทียนจึงมิได้สร้างพิธีกรรมลึกลับ
มิได้มอบคาถาศักดิ์สิทธิ์ให้ผู้คนหนีออกจากโลก
แต่เพียงชี้กลับมาที่ “ความรู้สึกตัว”
ปางมือ 15 จังหวะนั้น
จึงมิใช่เพียงการยกมือวางมือธรรมดา
หากเป็นดั่งภาษาของสติ
ที่อาศัยร่างกายมนุษย์เป็นสะพาน
เชื่อมจิตอันกระจัดกระจายให้กลับคืนสู่ความเป็นหนึ่งเดียว
เมื่อมือเคลื่อนไหวแล้วใจรู้
เมื่อความคิดเกิดแล้วใจเห็น
เมื่ออารมณ์ลุกขึ้นแล้วไม่ถูกมันครอบงำ
มนุษย์จะเริ่มสัมผัสบางสิ่งที่ลึกเกินถ้อยคำ
คือการเห็นว่า
จักรวาลทั้งหมดมิได้แยกออกจากตัวเราเลย
ฟ้าภายนอกกับฟ้าภายใน
ความเคลื่อนไหวของดวงดาวกับความเคลื่อนไหวของจิต
ต่างดำเนินไปภายใต้กฎเดียวกัน
คือเกิดขึ้น ตั้งอยู่ และดับไป
และการตื่นรู้นั้น
ก็มิได้มีเงื่อนไขว่าต้องครองเพศบรรพชิต
ผ้ากาสาวพัสตร์มิอาจเปลี่ยนมนุษย์ให้เป็นพระอริยะได้เอง
เช่นเดียวกับเสื้อผ้าของฆราวาส
ก็มิได้ปิดกั้นการเข้าถึงธรรม
เพราะไม่ว่าร่างกายนี้จะถูกห่อหุ้มด้วยสิ่งใด
คนก็คือคน
ยังหิว ยังเจ็บ ยังแก่ ยังตาย
ยังร้องไห้และมีเลือดเนื้อเหมือนกันทั้งหมด
ไม่มีใครกลายเป็นวัตถุศักดิ์สิทธิ์
ไม่มีใครกลายเป็นสิ่งเหนือธรรมชาติ
แต่สิ่งที่เป็นไปได้จริง
คือการที่มนุษย์ธรรมดาคนหนึ่ง
จะรู้ตัวขึ้นมาอย่างแท้จริง
และเมื่อรู้ตัวอย่างถึงที่สุด
ความเป็น “ตัวกูของกู” จะค่อย ๆ สลายลง
เหลือเพียงความว่างอันตื่นอยู่
สงบอยู่
และเป็นอิสระอยู่ภายใน
นั่นเองคือหนทางแห่งพุทธะ
ที่ซ่อนอยู่ในร่างกายธรรมดาของมนุษย์ทุกคน
#หลวงพ่อเทียน #ความรู้สึกตัว #เจริญสติ #ธรรมะ #DhammaMahasati #พุทธะ #รู้ตัว #สติในชีวิตประจำวัน #ทางพ้นทุกข์
