ความทุกข์ของเราไม่มี เมื่อรู้ตัวเอง ทำเอาเอง รู้เอาเอง จึงพึ่งได้

 



รู้ตัวเอง แล้วทุกข์ก็เบาลง


เมื่อรู้กิเลส ตัณหา อุปาทาน และกรรม

ใจก็เริ่มเห็นทางของมันเอง


หลวงพ่อเดินจงกรมกลับไปกลับมา

ง่วงก็นอน

ถึงเวลาตื่นก็ตื่น


พอตื่นขึ้นมา

ก็ทำตัวเงียบ ๆ

ไม่ไปรบกวนใคร

แม้จะอยู่ห่างกัน

ก็ยังระวังใจของตน


ตื่นแล้ว

ก็ทำตัวเอง

ปฏิบัติตัวเอง

ดูจิตใจตัวเองอยู่อย่างนั้น

ทำไปเรื่อย ๆ


ตรงนี้เอง

ความรู้ค่อยเกิดขึ้น

ไม่ใช่ความรู้จากการพูด

แต่เป็นความรู้จากการเห็นตรง


ตั้งแต่วันนั้นจนถึงบัดนี้

หลวงพ่อจึงบอกว่า

ความทุกข์ของหลวงพ่อไม่มี


คนอื่นจะว่าอย่างไรก็ได้

ว่าเราทุกข์ก็ได้

แต่ถ้าเราไม่ถือคำพูดเขา

เราไม่ทุกข์


เพราะเราเห็นตัวเอง

คนอื่นจึงรู้เราไม่ได้

ผีก็รู้ไม่ได้

เทวดาก็รู้ไม่ได้


รู้ตัวเองนี่แหละ

เป็นที่พึ่งจริง


พระพุทธเจ้าก็เป็นมนุษย์ธรรมดา

แต่ท่านไม่หยุดแสวงหาทางพ้นทุกข์ของตน

เมื่อรู้แล้ว เห็นแล้ว เข้าใจแล้ว

จึงเป็นพระพุทธเจ้า

จึงเป็นตถาคต


คำว่าพระพุทธเจ้าเหมือนสัตว์ทั้งหลาย

หมายถึงความทุกข์ที่มีเหมือนกัน

เมื่อยังไม่รู้

แต่เมื่อรู้แล้ว

ความไม่ทุกข์ก็มีได้

เช่นเดียวกับที่พระพุทธเจ้าทรงรู้


เพียงแต่ปัญญาของพระพุทธเจ้า

เป็นยอด

เป็นผู้ริเริ่ม

เป็นผู้ฝึกฝนอบรม

แล้วนำมาบอกเรา


ให้เรารู้ตาม

เห็นตาม

เข้าใจตาม


จึงเรียกว่า

เราเป็นสาวกของพระพุทธเจ้า

เป็นธรรมทายาท

เป็นญาติในธรรม


พระพุทธเจ้าตรัสรู้

เพราะฝึกฝนตนเอง

ท่านรู้ของท่านเอง

ไม่มีใครเอามาแบ่งให้


เช่นเดียวกัน

เราเอาความรู้ไปยื่นให้กันไม่ได้

ทำแทนกันไม่ได้


บอกได้เพียงวิธี

แนะนำทางปฏิบัติ

แล้วต้องเอาไปทำเอง


ต้องให้มันเกิดขึ้น

จากกฎธรรมชาติจริง ๆ

จึงจะพึ่งได้


ผู้มีปัญญา

เมื่อได้ฟังแล้ว

ย่อมนำไปปฏิบัติทันที

ค่อยแก้ ค่อยไขตัวเองไป


ส่วนผู้ที่สติปัญญายังไม่พอ

ก็ต้องเจริญสติ

ให้รู้ทุกอิริยาบถ

ให้รู้จริง ๆ


เพราะเรื่องนี้

ไม่เกินวิสัยของคน

มันมีอยู่ในคนทุกคนแล้ว


เพียงแต่ต้องหันกลับมาเห็น

เห็นตรง ๆ

เห็นด้วยใจที่รู้ตัว


แล้วความทุกข์

จะค่อยคลาย

ด้วยทางของตัวเอง


#หลวงพ่อเทียน #ความรู้สึกตัว #DhammaMahasati


Archive