ของจริง ต้องรู้ด้วยตนเอง
คำสอนที่ได้ฟัง
จะงดงามเพียงใด
ถ้ายังไม่เคยสัมผัส
ก็ยังเป็นเพียงเสียง
เหมือนคนที่ไม่เคยพบ
ย่อมไม่รู้จักแม้ของที่มาใกล้ตัว
แต่เมื่อเคยรู้จักจริง
เคยเห็นจริง
เคยสัมผัสจริง
ไม่ว่าท่านจะมาในรูปใด
ใจก็จำได้
พระศาสนาก็เช่นนั้น
เราจะเอาแต่จำคำ
เอาแต่เชื่อตามกันไป
ยังไม่พอ
ต้องมองเข้ามา
ต้องปฏิบัติเข้าไป
จนรู้จักของจริง
สติ
สัมปชัญญะ
ไม่ใช่เพียงคำที่พูดได้
ไม่ใช่เพียงคำที่ท่องได้
ต้องรู้ตรงในกาย
รู้ตรงในใจ
รู้ตรงในขณะนี้
เมื่อขาดความรู้สึกตัว
ชีวิตก็ไหลไปตามอารมณ์
เผลอ
ลืมตัว
หลงตัว
แล้วก็ทุกข์ซ้ำแล้วซ้ำเล่า
แต่ถ้าตั้งสติได้
ชีวิตค่อยกลับมาเป็นปกติ
ไม่วุ่นวายเกินไป
ไม่หลงไปไกล
การให้ทาน
การรักษาศีล
การทำใจให้สงบ
ล้วนมีคุณ
แต่ถ้ายังไม่เห็นความจริงในตน
ก็ยังเหมือนเดินวนอยู่รอบคำพูด
สิ่งสำคัญกว่าเสียงที่พูด
คือการรู้ว่าเรากำลังเป็นอะไรอยู่
เดี๋ยวนี้ทุกข์ไหม
เดี๋ยวนี้สุขไหม
ใจเป็นอย่างไร
กายเป็นอย่างไร
ตรงนี้ต้องดู
ต้องพิจารณา
ต้องรู้ให้ทัน
เพราะคนเรามักชอบสิ่งสนุก
แต่ไม่ค่อยชอบความจริง
ไม่ใช่เพราะความจริงไม่น่าฟัง
แต่เพราะยังไม่รู้จักความจริง
เมื่อมีความเห็นของตัวเองมาก
ก็ยึดมั่นถือมั่นมาก
จึงฟังธรรมไม่ค่อยได้
แม้ธรรมจะตรงอยู่ตรงหน้า
พระพุทธเจ้าจึงสอนให้ถ่อมตน
ให้ตั้งใจฟัง
แล้วกลับมาดูตัวเอง
ไม่ใช่ดูคนอื่น
แต่ดูใจของเราเอง
ทุกวันนี้ทำบุญกันมาก
แต่ถ้าไปด้วยความเมา
ไปด้วยความคึกคะนอง
ไปด้วยความทะเลาะ
นั่นไม่ใช่ทางบุญ
นั่นกำลังสร้างบาป
บุญแท้
อาจอยู่ใกล้กว่าที่คิด
อยู่ที่เรายังเป็นคนครบถ้วน
ไม่พิการ ไม่บกพร่อง
ยังมีร่างกายพอจะทำความดีได้
แค่นี้ก็เป็นบุญมากแล้ว
และบุญที่ลึกยิ่งกว่า
คือการรู้จักชีวิตของตนเอง
ไม่ใช่แค่ตอบว่า “รู้”
แต่ต้องรู้จริง
รู้ว่าทุกข์เกิดอย่างไร
รู้ว่าใจเผลออย่างไร
รู้ว่าอารมณ์ลากเราไปไหน
ถ้ายังไม่รู้ตรงนี้
ก็ยังไม่รู้จักตัวเองจริง
วันนี้จึงเป็นโอกาสดี
ที่จะหยุดสักนิด
หายใจรู้ตัว
เคลื่อนไหวรู้ตัว
อยู่กับความจริงตรงหน้า
ค่อย ๆ ฝึก
ค่อย ๆ เห็น
ค่อย ๆ รู้
จนชีวิตไม่ใช่แค่ดำเนินไป
แต่ดำเนินไปอย่างมีสติ
อย่างรู้ตัว
อย่างไม่ลืมตน
#หลวงพ่อเทียน #ความรู้สึกตัว #DhammaMahasati
