DM-0341 | ธรรมะประจำวัน 2023-06-15

 “…การแก้ปัญหาหรือการตอบปัญหานั้น


มันอาจจะถูกจริตนิสัยของแต่ละคน อาจจะบ่เหมือนกัน


เพราะว่าความคิด-ความเห็นของผู้ถาม อาจจะเป็นอย่างหนึ่ง


ความคิด-ความเห็นของผู้ตอบ ก็อาจจะเป็นอย่างหนึ่ง


ดังนั้นความคิดจึงมีมาก คำว่า‘กิเลส’ก็คือกัน-มีมาก


แต่ว่า**ตัวจิตใจ-ตัวชีวิตจริง ๆ นั้น บ่มีกิเลส


เฮาจึงเห็นความคิดเฮา อันที่มันมีกิเลสนั้น


กิเลสถูกงำอยู่-ถูกปกปิดไว้ เฮาเลยบ่ได้เห็นกิเลส


แต่ว่ากิเลสนั้นมาครอบงำจิตใจได้แท้ ๆ ก็บ่มี**


จิเปรียบเทียบให้ฟัง คือ(เหมือน)อยู่บ้านเฮา


เฮาว่า‘ตะเว็นมืด-ตะเว็นบด บ่แจ้ง-บ่สว่างมื้อนี้


เพราะตะเว็นมืด-ตะเว็นบด สบายดี


ครั้นเฮาไปเฮ็ดไร่-เฮ็ดนาก็ได้’


แต่ความสบายแบบนั้นมันหนัก


มันหนักอก-หนักใจ ให้ว่ามันบ่สว่างในใจ


นี่เอามาเปรียบเทียบ


บ่แม่นจิว่าไม่สบาย ไม่มีแดด-ไม่มีฝนตก


บ่ฮ้อน-บ่หนาว บ่แม่นจังซั่น


คือว่า*บ่สบายนี้-มันมืด ใจมันมืด-ใจมันบ่สว่าง


เฮาหากบ่ฮู้จัก เพราะว่าเฮาอยู่นำกิเลสมานานแล้ว


นี่กิเลสมันปกคลุมอยู่นานแล้วเด๊


ความคิดนี่มันปกคลุมเฮามานานแล้วเด๊


เฮาเลยบ่ได้เข้าใจ*


บัดนี้ความมืดที่เราว่า‘ฟ้ามืด-ฟ้าบด’นั้น


มันบ่แม่นตะเว็นบดเด๊


‘ตะเว็นบด-ตะเว็นมืด’ เฮาว่า


อันฟ้า-อันเมฆ-อันควันนั้น จะไปจับเกาะอยู่ตรงตะวันก็ไม่ได้


หมู่ท่าน-หมู่คุณเคยทำงาน เคยไปที่นั่น-ที่นี่


อันนี้ก็เลยเอามาเปรียบเทียบ


อาตมาก็ได้ไปขึ้นเครื่องบินนำขเจ้า(กับเขา)


ได้ไปเห็นขเจ้า สมัยไปที่-ให้ว่าไปหลายบ่อน


ก็ว่าตามความจริง สมัยที่ไปสิงคโปร์-ไปมาเลเซียนี่


เข้าใจคักอันนี้ แล้วก็ได้นั่งเครื่องบิน


เมืองเลย-ขอนแก่นนี่…ได้นั่งไป นั่งเครื่องบินไปก็เห็น


แล้วก็ได้นั่งเครื่องบินมาจากเมืองเลย-ขอนแก่น-กรุงเทพ ฯ นี่


ได้นั่งไปหลายเทืออยู่ แล้วก็ไปสายหาดใหญ่


ได้นั่งไป-นั่งเครื่องบินไป เครื่องบินไปสูง ๆ พู่น


เฮาเบิ่งก้อนเพื้อ(เมฆ) เฮาเอิ้นเพื้อ


ทีแรกเราอยู่ที่ลุ่มพี้(อยู่ข้างล่างนี้)-พื้นดิน เราว่าเพื้อมันอยู่บนฟ้า


แล้วก็มันบ่มีทางสิ้นจบเป็นเด๊-เรื่องความคิด เป็นอย่างนั้น


บัดนี้เฮาขึ้นเครื่องบินไป นั่งเครื่องบินไป


บ่แม่นขึ้นเครื่องบินนะ เครื่องบินพาเราไป


เราเบิ่งออกไปประตูนั่น เหลียวเห็นก้อนเพื้อ-ก้อนเมฆ


เป็นก้อนจ๊กป๊กเจ๊กเป๊ก(เป็นกลุ่ม-เป็นก้อน) คือภู


บ้านหลวงพ่อมันมีภูเขา เฮาอยู่บ่อนลุ่มพี้


เหลียวเบิ่ง-เห็นภูเขา มันเป็นก้อนจ๊กป๊กเจ๊กเป๊ก


เราบ่สามารถที่จะเห็นสูงกว่านั้นได้


แล้วบัดนี้เพื้อนั้นนะ มันอยู่ชั้นกลางนี้


เรือบินนั้นมันอยู่ชั้นสูงพู่น ถ้าเป็นเรือบินน้อย ๆ


อย่างที่หลวงพ่อนั่งมาจากขอนแก่นนั่น บ่ไปสูงเท่าไหร่


แล้วก็ฝ่าเพื้อ-ฝ่าเมฆ-ฝ่าก้อนเพื้อนั้นไป


บัดนี้เรานั่งเรือบินใหญ่นั่น มันขึ้นไปสูง-ขึ้้นไปสูงกว่าเพื้อ


มันไปเห็นจังซั่นแหละ-เลยเข้าใจจังซี่


อันกิเลสก็คือกัน อันตะเว็น…เราว่าฟ้ามืด-ฟ้าบดก็คือกัน


เราขึ้นไปให้มันสูง-สูงกว่าเพื้อพู่น แล้วเหลียวไป


ฟ้าก็ยังอยู่เทิงพู่นอีกตื่ม(อยู่เหนือขึ้นไปอีก)


อาตมา แต่ก่อนนี้บ่ฮู้จักว่าฟ้านี้สูง


ฟ้ากวม(คลุม)ดินนั้น-กวมแท้ ๆ สูงอย่างนั้น


ขึ้นไปให้มันสูงกว่าเพื้อ-กว่าเมฆนั้น มันจิไปไส-เฮาก็บ่ฮู้แล้ว


อันนี้สมมติซื่อ ๆ อันนี้


ดังนั้นจึงว่า**เราขึ้นไปสูงแล้ว บ่มีอันใดมาบด-มาบังเราได้**


แต่ความคิดก็คือกัน…”


หลวงพ่อเทียน จิตฺตสุโภ

Archive